milan kundera

ความเบาหวิวเหลือทนของคุนเดอร่า... "ผมไม่รู้จักเขาเลย"

 

 

ราวกลางเดือนตุลาคม ค.ศ.2008 ในนิตยสารรายสัปดาห์ของสาธารณรัฐเช็ก ที่มีชื่อว่า Respekt ได้ตีพิมพ์ข่าวอยู่ข่าวหนึ่งซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความประหลาดใจให้แก่คนในวงการวรรณกรรมระดับนานาชาติ และคนร่วมสมัยในยุคสงครามเย็น (1947-1991)

 

ข่าวที่ว่าคือ ข่าวเกี่ยวกับองค์กร Czech Institute for Studies of Totalitarian Regimes ประกาศความสำเร็จในการสอบสวนเรื่องราวของ มิลาน คุนเดอร่า (Milan Kundera) นักเขียนชื่อดังชาวเช็ก ที่ปัจจุบันพำนักอยู่ที่กรุงปารีส โดยคุนเดอร่าถูกกล่าวหาว่า ในช่วงปี 1950 ในช่วงที่คุนเดอร่ายังอยู่ในประเทศเชโกสโลวะเกีย (ชื่อเดิมของสาธารณรัฐเช็กที่ผนวกรวมกับ สาธารณรัฐสโลวัก ก่อนที่จะแยกตัวกันในปี 1993) เขาได้แจ้งตำรวจให้จับนายมิโรสลาฟ ดวอราเซก (Miroslav Dvoracek) นักบินชาวเช็กที่ออกจากกองทัพของเช็กเพื่อไปเข้าร่วมเป็นสายลับให้โลกเสรีตะวันตก แล้วกลับเข้ามาประเทศบ้านเกิดอย่างผิดกฎหมาย เขาจึงถูกจับในที่สุด  

การเป็นสายลับ ย่อมกระทบต่อความมั่นคงภายในรัฐ น้ำหนักของการรับผิดที่เขาได้รับจึงถึงระดับประหารชีวิตเลยทีเดียว แต่โชคดีมาก ที่โทษของเขาคือการจำคุก 22 ปี เขาใช้เวลาอยู่ในค่ายแรงงาน ทำงานในเหมืองแร่ยูเรเนียม ถึง 14 ปี ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมา ปัจจุบันเขาหลบอดีตอันเลวร้ายไปอาศัยอยู่ที่สวีเดน

 

หลังจากมีข่าวนี้ออกมา นักเขียนชื่อดังผู้มีบุคลิกชอบเก็บตัว รีบออกมาตอบโต้ในทันทีว่า "ผมไม่รู้จักเขาเลย" (I did not know the man at all.)

 

ถ้าเชื่อมโยงประวัติศาสตร์การเมืองฉบับคอมมิวนิสต์ของประเทศเชโกสโลวะเกีย กับเรื่องราวชีวิตและความคิดของมิลาน คุนเดอร่า สิ่งที่มองเห็นจากประโยคที่ว่า "ผมไม่รู้จักเขาเลย" มันกินความหมายเกินกว่าการตอบเชิงปฏิเสธธรรมดามากยิ่งนัก

 

เพราะมันสั่นคลอนถึงรากฐานทางความคิดของคุนเดอร่าเลยทีเดียว...

 

หมุดหลักของการเมืองฉบับคอมมิวนิสต์ของเชโกสโลวะเกีย เริ่มต้นในปี 1945 กองทัพโซเวียตเข้ามาปลดปล่อยเชโกสโลวะเกียจากการปกครองของนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้น ในปี 1948 พรรคคอมมิวนิสต์ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจนประเทศทางยุโรปตะวันออกประเทศนี้กลายเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ไปอีกประเทศตามกระแสสงครามเย็น  

พรรคคอมมิวนิสต์สามารถควบคุมความเรียบร้อยในเชโกสโลวะเกียมาโดยตลอด จนเวลาผ่านไป 20 ปี กลุ่มคอมมิวนิสต์หัวก้าวหน้านำโดย นายอเล็กซานเดอร์ ดูบเซก (Alexander Dubcek) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ต้องการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ส่วนประชาชนในประเทศได้เดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อขับไล่ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์รุ่นเก่า และเรียกร้องการปฏิรูปประชาธิปไตย เหตุการณ์เหล่านี้ถูกเรียกรวมว่า ช่วงฤดูใบไม้ผลิแห่งกรุงปราก (Prague Spring) ซึ่งการกระทำเหล่านี้ก่อให้เกิดความแสลงใจเกิดแก่สหภาพโซเวียต พี่ใหญ่แห่งค่ายสังคมนิยมยิ่งนัก

 

ผลลัพธ์จากอาการแสลงใจเกิดขึ้นในปี 1968 กลางดึกของวันที่ 20 สิงหาคม รถถังจำนวนมากได้เคลื่อนเข้ามาสู่กรุงปราก เมืองหลวงของเชโกสโลวะเกีย ซึ่งเป็นกองทัพของกลุ่มประเทศในสนธิสัญญาวอร์ซอว์ นำโดยโซเวียต

 

การนำกองทัพเข้ามาคราวนี้ต่างจากคราวที่แล้ว เพราะมันมิใช่การปลดปล่อย มันคือการปราบปราม จนทำให้กรุงปรากย่อยยับเป็นหน้ากลอง

 

คราวนี้ ย้อนกลับไปที่เรื่องของ มิลาน คุนเดอร่า ชายผู้นี้เกิดในปี 1929 ในเมืองเบอร์โน (Brno) ท่ามกลางครอบครัวชนชั้นกลาง ในวัยหนุ่ม เขาศึกษาทางด้านวรรณกรรมและสุนทรียศาสตร์ที่ Charles University และต่อมาเขาก็เปลี่ยนมาเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ Academy of Performing Art ทั้งสองสถาบันตั้งอยู่ที่กรุงปราก

 

ช่วงนั้นเอง คุนเดอร่าได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเชโกสโลวะเกีย ซึ่งเขาถูกไล่ออกจากพรรคครั้งแรกในปี 1950 ด้วยข้อหาต่อต้านกิจกรรมพรรค ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายที่ชื่อว่า The Joke ต่อมาเขาได้กลับมาเข้าร่วมพรรคอีกครั้งในปี 1956

 

ในปี 1970 เป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากเหตุการณ์รถถังบุกกรุงปราก คุนเดอร่าถูกไล่ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์อีกครั้ง หักหลังต่อพรรคด้วยการต่อต้านกิจกรรมในลัทธิคอมมิวนิสต์ ในช่วงนั้นมีการกดดัน กวาดล้าง ขับไล่ นักคิด นักเขียน ที่กระด้างกระเดื่องต่อลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ นักคิดนักเขียนที่ชื่อ นายวากลัฟ ฮาเวล (Vaclav Havel) ที่ในกาลต่อมาเขาได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีของเชโกสโลวะเกีย ในปี 1989 ยุคประชาธิปไตย

 

ของประเทศนี้เบ่งบาน ส่วนคุนเดอร่านั้น หนีไปที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 1975 และได้เป็นพลเมืองของฝรั่งเศสอย่างเต็มตัวในปี 1981

 

หนังสือที่เขาเขียน สะท้อนให้เห็นความคิดทางการเมืองของเขาได้อย่างแจ่มชัดในเรื่อง การต่อต้านแนวคิดคอมมิวนิสต์ ทำให้หนังสือส่วนใหญ่ของเขาโดนแบนจากประเทศบ้านเกิด แต่ถูกใจนักอ่านทั่วโลก หนังสือเล่มดังของเขาก็คือ "ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต" (The Unbearable Lightness of Being) สามารถสะท้อนเหตุการณ์ช่วงฤดูใบไม้ผลิแห่งกรุงปรากได้เป็นอย่างดี แถมตัวเอกยังมีชะตากรรมเดียวกันกับนักเขียนอีกด้วย เพราะผลพวงทางการเมืองทำให้ตัวละครเหล่านั้นถูกเนรเทศออกจากประเทศบ้านเกิดเช่นเดียวกัน

 

ดังนั้น ประโยค "ผมไม่รู้จักเขาเลย" จึงสะท้อนอะไรออกมาหลายอย่าง ถ้ามีหลักฐานพิสูจน์ว่า ในวัยหนุ่ม คุนเดอร่าได้แจ้งตำรวจจับสายลับจริงๆ คงจะมีคำถามในประเด็นความคิดทางการเมืองของนักคิดผู้นี้มาชวนขบอีกมากมาย ว่าจริงๆ แล้วเขาอยู่ฝั่งไหน ?

 

แต่ก่อนที่จะเจอคำตอบ สิ่งที่น่าสนใจในตอนนี้ก็คือ แม้เวลาผ่านไปเกือบทวิทศวรรษแล้ว หลังจากที่กำแพงเบอร์ลินแตก สหภาพโซเวียตล่ม และสาธารณรัฐเช็กเป็นรัฐประชาธิปไตยแล้ว แต่ประวัติศาสตร์สงครามเย็น ยังพร้อมที่จะหลอกหลอนผู้คนที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ

 

***ตีพิมพ์ครั้งแรกที่คอลัมน์ Around the World แมกาซีน DLife ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 17-19 พฤศจิกายน พ.ศ.2551

edit @ 31 Jan 2009 10:56:13 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 19 Feb 2009 18:48:51 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:32:56 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet