Departures(Okuribito)...ปีของหนังสัปเหร่อญี่ปุ่น

 

          ฉับพลันที่คำว่า "Departures" ดังขึ้นที่โกดักเธียเตอร์ ณ ดินแดนฮอลลีวู๊ด ในฐานะหนังที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมของเวที่ออสการ์ในปีนี้

 

          โยจิโร่ ทาคิตะ ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ได้ขึ้นเวทีรับรางวัลพร้อมกับพระเอก นางเอกนั่นคือ โยจิโร่ ทาคิตะ และเรียวโกะ ฮิโรสุเอะ(เธอสวยมากในค่ำคืนนั้น) พร้อมกับขอบคุณทุกคนด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นที่ดูน่ารัก

 

      “Thank you to all the Academy. Thank you to everybody who helped me with this film. I’m very, very happy. Thank you. I am here because of films. This is a new “departure” for me. And I will, we will be back. I hope. Thank you. Thank you.”

      

          นัยยะของการพูดครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า เขาหวังจะทำหนังที่มีคุณภาพเช่นนี้อีก เพื่อกลับมาพิสูจน์ที่เวทีนี้อีกครั้ง

 

          สิ้นนาทีตรงนั้น ต้องยอมรับแล้วว่าปีนี้เป็นปีของหนังเรื่องนี้จริงๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า...

 

          ก่อนที่จะข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรมายังฮอลลีวู๊ด Departures หรือ Okuribito ตามชื่อภาษาญี่ปุ่น ได้กวาดรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่น(Japan Academy Prize)ที่ประเทศบ้านเกิดไปถึง 10 รางวัล ได้แก่ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม(โยจิโร่ ทาคิตะ) , นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม(โมโตกิ มาซาชิโร่) , นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม , นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม , บทดัดแปลงยอดเยี่ยม , กำกับภาพยอดเยี่ยม , กำกับแสงยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยม และตัดต่อภาพยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเก็บรางวัลสำคัญมาเกือบหมด

 

          พอก้าวมาถึงฮอลลี่วู๊ด หนังเรื่องนี้ต้องประชันกับหนังกระแสแรงสัญชาติอื่น อย่าง Revanche จากออสเตรีย , The Baader Meinhof Complex จากเยอรมนี , The Class หนังสัญชาติฝรั่งเศสรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ และ Waltz With Bashir หนังสารคดีแอนิเมชั่นจากอิสราเอลที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุด(ว่ากันว่านี่คือเต็งหนึ่งในรายการนี้)

 

          แต่ผู้ถูกเลือกให้ขึ้นสู่ทำเนียบพรมแดงแห่งฮอลลี่วู๊ดกลับเป็นหนังหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นที่เข้าชิงในครั้งนี้...

 

          โยจิโร่ ทาคิตะ ใช้เวลาถึง 10 ปีในการวางแผนสร้างหนังที่เกี่ยวกับพิธีศพ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกสาธารณชนมองในแง่ลบ เพราะการพูดถึงเรื่อง งานศพ สำหรับที่ญี่ปุ่นแล้วถือเป็นเรื่องไม่เป็นมงคล แต่โชคดีที่เขาทำได้สำเร็จ

 

          หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของนักเชลโล่หนุ่มที่หันหลังให้กับวงดนตรีออเคสตรา แล้วเดินทางกลับไปที่ซากาตะ ยามากาตะ บ้านเกิดของเขาเอง

 

          ณ ที่นั่น เขาหางานที่เปิดรับสมัครตามหนังสือพิมพ์ จนมาพบกับการประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง “Assisting Departure”

 

          ความหมายหนึ่งของคำว่า Departure นั้นแปลว่า การเดินทาง ชายหนุ่มจึงเข้าใจว่า นี่เป็นงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

 

          แต่ Departure ในความหมายตรงนี้ แปลว่า คนตาย เพราะฉะนั้นงานนี้คือ การเป็นผู้ช่วยในการจัดการศพ หรือพูดอย่างบ้านเราก็คงจะเรียกว่า ผู้ช่วยสัปเหร่อนั่นเอง

 

          แรกเริ่มทีเดียว เขาไม่เต็มใจจะรับงานนี้เท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ในที่สุด เขาก็มาทำอาชีพนี้จนได้

 

          ต่อมาไม่นาน เขากลับหลงรักความงาม(ท่ามกลางความตาย) ของอาชีพนี้เสียแล้ว แต่ปัญหาก็คือ เขาจะอธิบายอย่างไรกับคนใกล้ตัวเขา อย่าง ภรรยา คุณแม่ และเพื่อนฝูง ว่าเขากำลังทำอาชีพที่คนภายนอกมองว่าน่ารังเกียจอยู่ นี่คือสิ่งที่เขาต้องฟันฝ่ามันให้ได้...

 

          ถ้าอยากค้นหาคุณค่าชีวิตผ่านหนังเรื่องนี้ คงไม่กี่อึดใจ คิดว่าเราคงได้ชมที่โรงภาพยนตร์ในบ้านเราอย่างแน่นอน

 

 

edit @ 14 Sep 2009 12:28:16 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:29:55 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet