Wall Street (1987) เงินหรือ? คือ คำตอบสุดท้าย ???

 

 

ผู้กำกับ : Oliver Stone

นักแสดง : Michael Douglas, Charie Sheen, Martin Sheen


"The end justifies the means" (เป้าหมายที่เกิดสร้างความชอบธรรมให้แก่วิธีการที่กระทำ)นิโคโล มาคิอาเวลลี (1469-1527)


Wall Street ถูกสร้างเป็นหนังปี ค.ศ.1987 ที่แม้ว่าหนังจะดูเก่าไปหน่อย แต่ในหนังมีประเด็นสากลที่พูดถึงกันอยู่เสมอ นั่นคือ...มูลค่าของวัตถุ (เงิน) กับคุณค่าของคน อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ?


หนังเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ในปี ค.ศ.1985 เกิดขึ้น ณ ตลาดหุ้น Wall Street เป็นเรื่องราวของบัด ฟอกซ์ (Charie Sheen) โบรกเกอร์หนุ่มชนชั้นกลางระดับล่างที่มีวิถีชีวิตแบบธรรมดาทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนที่อยู่ในมหาวิทยาลัยที่แสนธรรมดา ใส่เสื้อผ้าแบบธรรมดา มีอพาร์ตเมนต์ที่แสนธรรมดา...


แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนทั่วไปก็คือ เขามีแรงขับเคลื่อนอย่างเหลือล้นในการมองหาความสำเร็จด้านเงินทอง ความฝันใฝ่นี้เป็นแรงผลักดันให้เขาเข้าหานักลงทุนเขี้ยวลากดินอย่างกอร์ดอน เก็กโก้ (Michael Douglas)


เก็กโก้เป็นตัวละครที่สมาทานให้กับความสุดยอดในระบบทุนนิยมอย่างเห็นได้ชัด ครั้งหนึ่งเขาได้พูดถึงข้อดีของ "ความอยาก" (greed) ต่อหน้าพนักงานและบริษัทที่เขากำลังจะเทกโอเวอร์ได้อย่างน่าสนใจไว้ว่า


"ประเด็นคือในโลกที่ดีกว่านี้ ความอยากคือสิ่งดี (Greed is good)...


ความอยากมีทุกรูปแบบ อยากเพื่อชีวิต อยากเพื่อเงิน อยากเพื่อรัก อยากเพื่อความรู้ ทำให้มนุษย์พัฒนาขึ้น...ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้เทลดาร์ เปเปอร์ (ชื่อบริษัทที่เขาจะเทกโอเวอร์) อยู่รอดเท่านั้น แต่มันยังทำให้บรรษัทที่ขัดข้องอย่าง "อเมริกา"
อยู่รอดด้วย"


เก็กโก้เดินตามปรัชญานี้จนเขาพบชัยชนะด้านเงินทอง


เก็กโก้มองเห็นแววในตัวหนุ่มน้อยบัด ฟอกซ์ จึงปั้นให้เขาเข้ามาสู่หนทางร่ำรวยทางด้านการเล่นหุ้น ตามคติของเก็กโก้เขามองว่า "สินค้าราคาสูงสุดที่ฉันรู้จักคือข้อมูล" ดังนั้นเขาจึงได้สอนศิษย์รักของเขาให้เข้าถึงข้อมูลอย่างไม่ต้องเลือก "วิธีการ" ในหนังเรื่องนี้เราจะเห็นลูกล่อลูกชนมากมายเพื่อการเข้าถึงข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม และท้ายที่สุดมันก็จะนำไปสู่ "เป้าหมาย" ซึ่งสำหรับบัดแล้ว เป้าหมายที่เขาต้องการมันหมายถึงเงินทอง ชื่อเสียง หน้าที่การงาน และผู้หญิง อันเป็นผลมาจากชัยชนะในสังเวียนการเงิน ณ เวที Wall Street นั่นเอง


ถึงตรงนี้ทำให้นึกถึงนักคิดคนหนึ่ง นั่นคือ นิโคโล มาคิอาเวลลี นักปรัชญาชาว
อิตาเลียนผู้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า The Prince อันลือลั่น ขนาดที่ว่าผู้ยิ่งใหญ่อย่าง
นโปเลียน โบนาปาร์ต หรือเบนิโต มุโสลินี (จอมเผด็จการของอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) ยังต้องอ่านงานของเขาก่อนนอน


ในหนังสือ The Prince นั้น มาคิอาเวลลีมองธรรมชาติว่ามนุษย์มีความชั่วร้ายในกมลสันดาน นิยมในกิเลสตัณหา


ดังนั้นมาคิอาเวลลีจึงเห็นว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่จำกัด "วิธีการ" เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตน นั่นคือการบรรลุซึ่งกิเลสตัณหาที่จะนำมาซึ่งความสุข (ตามแบบมาคิอาเวลลี) มาให้แก่ตนเอง


ในตอนนี้บัดกำลังตกอยู่ในวังวนเช่นนั้น


หนังเรื่องนี้คงจะมืดมนถ้าไม่มีตัวละครอีกตัวคอยเป็นแสงสว่างให้กับเนื้อเรื่อง...รวมไปถึงโลกของเรา


ตัวละครตัวนี้คือ คาร์ล ฟอกซ์ (Martin Sheen-ผู้เป็นพ่อของ Charie Sheen ทั้งในชีวิตจริงและในหนัง)


คาร์ล ฟอกซ์ เป็นหัวหน้าช่างบำรุงเครื่องและหัวหน้าสหภาพแรงงานผู้รักลูกน้องของสายการบินเล็กๆ ที่ชื่อ บลูสตาร์ เขามีความคิดต่างจากลูกชายอย่างสุดโต่ง เขาเชื่อว่าความสำเร็จของคนไม่ได้วัดด้วยเงินเพียงอย่างเดียว และด้วยความคิดเช่นนี้ทำให้เขาต้องปะทะคารมกับลูกชายอยู่บ่อยครั้ง


เรื่องราวมาถึงจุดขัดแย้งก็ตอนที่เก็กโก้ได้เทกโอเวอร์บริษัทบลูสตาร์ แล้วต่อมาคิดจะขายเพื่อหากำไร คาร์ล ในฐานะหัวหน้าสหภาพแรงงานจึงต้องต่อสู้เพื่อไม่ให้ลูกน้องในบริษัทต้องตกงาน


บัด...จึงต้องเลือกข้างระหว่างเก็กโก้กับคาร์ล หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาจะเลือกอะไรระหว่างมูลค่าของวัตถุ (เงิน) กับคุณค่าของคน ?... แล้วแสงสว่างก็ปรากฏ เขาเลือกที่จะช่วยเหลือคนไม่ให้ตกงาน แม้ว่าจะทำให้เขาตกที่นั่งลำบากก็ตาม


บทสรุปหนึ่งก็คือธรรมชาติของมนุษย์ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป


แน่นอนว่าในโลกทุนนิยม เงินมีความสำคัญต่อชีวิต แต่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีสายสัมพันธ์กับโลกใบนี้อย่างลึกซึ้ง เรื่องราวของจิตใจก็สำคัญ


เรายังมีความรักให้แก่คนอื่น


จนในหลายครั้ง...เงินอาจจะเป็นคำตอบหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคำตอบสุดท้ายเสมอไป

 

edit @ 9 Mar 2009 10:38:45 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:27:44 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet