The Sun Also Rises

สัจนิยมมหัศจรรย์...การประกบกันของความจริง/ลวง

 

 

          มีหนังจีนอารมณ์แปลกที่ที่อยากชวนคุยกันอยู่เรื่องหนึ่งคือ The Sun Also Rises(2007) กำกับโดยผู้กำกับชาวจีน Jiang Wen

 

          หนังเรื่องนี้ได้รับการยกย่องจากเทศกาลหนังโตรอนโตว่าเป็น"สุนทรียะแบบใหม่ของ 'สัจนิยมมหัศจรรย์' "(a new aesthetic of magical realism.)"

 

          ถึงตรงนี้ ชักสงสัยว่า สัจนิยมมหัศจรรย์(Magical Realism) มันมีความหมายเช่นใดกันหนอ?

 

          สัจนิยมมหัศจรรย์ เป็นรูปแบบการประพันธ์ที่ประสานกันระหว่าง "เรื่องจริง" กับ "จินตนาการ" โดยที่ทั้งสองส่วนนี้อยู่ร่วมกันโดยใช้ตรรกะเดียวกัน เช่น กรณีพูดถึงคนที่ตายแล้ว หรือ "ผี" ถ้าเป็นนิยายแนวผีสาง หรือ นิทานพื้นบ้าน บทบาทของผีก็คือ ทำให้คนกลัว มีอำนาจบางอย่างที่มนุษย์ทำไม่ได้ เช่น กระสือที่มีแต่ไส้ลอยวิบๆแวบๆหลอกหลอนให้คนกลัว แต่ถ้าเป็น "ผี" แบบสัจนิยมมหัศจรรย์ แม้ผีจะเป็นจินตนาการ แต่ผี ก็ใช้ชีวิตร่วมกับคนได้ เผลอๆอาจจะไปช้อปปิ้งที่พารากอน โดยที่มนุษย์ปกติธรรมดาไม่ได้ตระหนกตกใจ แถมถ้าซื้อของคนขายที่เป็นมนุษย์อาจจะทอนเงินให้ด้วย

 

 

          ถ้าอยากอ่านวรรณกรรมแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ ต้องลองอ่านงานเขียนแถบละตินอเมริกาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของประพันธศิลป์ประเภทนี้ เช่น งานของนักเขียนรางวัลโนเบลชาวโคลัมเบีย กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ อย่าง  "หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว"(ร.จันทรเสน แปล สนพ.สามัญชน) ถ้าเป็นของไทย อยากแนะนำงานของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ อย่างวรรณกรรมซีไรต์เรื่อง "แผ่นดินอื่น"  หรือ งานของประชาคม ลุนาชัย ให้ลองอ่านกันดู

 

          ที่นี้ ถอยกลับมาดู ความเป็นสัจนิยมมหัศจรรย์ ในหนัง The Sun Also Rises...

 

          หนังเรื่องนี้ แบ่งเป็น 4 ตอนย่อยๆดังนี้

 

          เรื่องที่ 1 เรื่องราวเริ่มต้นชนบทมณฑลยูนนาน หญิงม่ายคนหนึ่ง(Zhuo Yun)ไปซื้อรองเท้าสีแดง แล้วเกิดทำมันหายไป ทำให้เธอพฤติกรรมสุดเพี้ยนต่างๆนานา อย่างเช่น การปีนป่ายไปบนต้นไม้ที่เธอแขวนรองเท้าไว้แล้วหายอยู่เป็นประจำ เป็นต้น ความป่วงของเธอร้อนไปถึงลูกชายคนเดียว(Jaycee Chan-ลูกชายในชีวิตจริงของเฉินหลง)ที่คอยตามแก้ปัญหาให้เธอเป็นประจำ

 

          เรื่องที่ 2 เหตุเกิดที่มหาวิทยาลัย ศ.เหลียง(Anthony Wong)ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศพญ.หลิน(Joan Chen) ซึ่งเป็นคนรักของถัง(Jian Wen-บทนี้ผู้กำกับแสดงเอง) โดยที่ถังกับเหลียงนั้นเป็นเพื่อนรักกัน เหลียงจึงปรึกษาถังเพื่อแก้ปัญหานี้

 

          เรื่องที่ 3 ถัง และภรรยาของเขา(Kong Wei) ถูกทางการส่งตัวไปยังหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง ถึงตอนนี้ทำให้เราสามารถระบุได้ว่า ช่วงเวลาในหนังคือ ช่วงของการปฏิวัติวัฒนธรรม(ค.ศ.1966-1976) ที่เหมา เจ๋อ ตุง ปฏิรูปประเทศโดยส่งข้าราชการ นักศึกษา ไปเรียนรู้วิถีมวลชนที่ชนบทตามปรัชญาของคอมมิวนิสต์แบบจีน หมู่บ้านที่ถังและภรรยาไปอยู่นั้น หัวหน้าหมู่บ้านคือลูกชายของหญิงม่ายในเรื่องแรก ต่อมาชายหนุ่มหัวหน้าหมู่บ้านลอบมีชู้กับภรรยาของถัง ถังจึงตั้งใจยิงชายหนุ่มคนนี้ทิ้ง แต่ด้วยความไร้เดียงสาอย่างน่าประหลาดของชายหนุ่ม ทำให้ถังละเว้นชีวิตเขาไว้ชั่วคราว

 

          เรื่องที่ 4 ฉากหลังของเรื่องนี้เป็นทะเลทรายโกบี ซึ่งจะเฉลยที่มาของตัวละครทั้ง 3 เรื่องนี้ ว่ามีที่มาอย่างไร และมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

 

          หนังเรื่องนี้มีกลิ่นของสัจนิยมมหัศจรรย์อยู่ทั้งเรื่อง เพราะมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดที่เกิดจากเหตุผลแปลกๆอยู่มากมาย อย่างเช่น ความสัมพันธ์พิลึกระหว่างหญิงม่ายและต้นไม้ที่เธอทำรองเท้าหาย,หญิงม่ายสามารถแยกแผ่นดินเล็กๆริมน้ำเพื่อใช้เป็นแพได้ตามใจนึก,ถ้ำประหลาดที่โผล่ขึ้นกลางป่า หรือแม้แต่ที่การเกิดของลูกชายหญิงม่าย ที่ตอนคลอดเขาหลุดจากรถไฟที่กำลังแล่นไปนอนอยู่บนพื้นรางรถไฟ เป็นต้น แน่นอนว่า ตัวละครในเรื่อง อาจจะฉงนใจกับเหตุผลและที่มาของเหตุการณ์อันแปลกประหลาดเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีอิทธิปาฏิหาริย์เหนือมนุษย์แต่อย่างใด หญิงม่ายในเรื่อง อาจจะดำรงตนเหมือนกับ "ผี" หรือ "ความฝัน"แต่ลูกชายของเขากลับปฏิบัติตัวต่อหญิงผู้นั้นด้วยตรรกะปกติเหมือนกับที่เขาปฏิบัติต่อมนุษย์คนอื่นๆ จนทำให้เส้นแบ่ง ระหว่าง "ความจริง" และ "ความฝัน" สุดแสนจะพร่าเลือน...นี่คือขนบ(convention)สำคัญในความเป็นสัจนิยมมหัศจรรย์

 

          สิ่งที่ชวนให้คิดในความเป็นสัจนิยมมหัศจรรย์ ในโลกความของเป็นจริงก็คือประเด็นที่ว่า ณ ฉากหลังของความจริงที่ปรากฏ มันเต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนของเหตุผลตามบุคลิกของโลกในยุคโพสต์โมเดิร์น จนต้องพิจารณากันให้ลึกซึ้งว่าสิ่งใดลวง สิ่งใดจริง

  

           ยกตัวอย่างใกล้ตัว อย่างในบ้านเมืองเรา การนิยาม "ความเป็นประชาธิปไตย"เรายังไม่รู้ชัดเจนกันเลยว่า นิยามของใครจริง นิยามของใครลวง...ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะต้องใช้สมองช่วยกันคิดต่อไป 

 

 

 

edit @ 10 Mar 2009 21:12:00 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:27:17 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet