ดรากอนบอล และสตรีต ไฟเตอร์ ทางสายไหมจากอาทิตย์อุทัยถึงลุงแซม

 

หากพูดถึงดรากอนบอล (Dragonball) และสตรีต ไฟเตอร์(Street Fighter) วัฒนธรรมส่งออกจากญี่ปุ่น เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว สำหรับเด็กรุ่นนั้นโดยเฉพาะเด็กผู้ชายต่างยกมือเป็นเอกฉันท์ว่า นี่เป็นสุดยอดการ์ตูนแอ็กชั่นและเกมต่อสู้แห่งยุคนั้น !

 

ในช่วงนี้มีภาพยนตร์ฮอลลีวูด จากฝั่งเมืองลุงแซม ที่นำโครงเรื่องของทั้ง 2 เรื่องราวนี้มาจากญี่ปุ่น นั่นคือ Dragonball Evolution และ Street Fighter : The Legend of Chun-Li

 

เราจึงชวนมารำลึกถึงความหลังกันหน่อยดีกว่า

 

เริ่มจากเรื่องดรากอนบอล เป็นมังงะ (หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น) ฝีมือของอาจารย์โทริยาม่า อากิระ ที่มีผลงานมังงะบ้าบอคอแตกชื่อดังอีกเรื่องก็คือ หนูน้อยอาราเล่

 อาจารย์โทริยาม่าเขียนเรื่องนี้ลงในนิตยสารโชเนนจัมป์ ตั้งแต่ พ.ศ.2527-พ.ศ.2538

ในตอนแรก อาจารย์ตั้งใจที่จะเขียนการ์ตูนแนวผจญภัยโดยได้โครงเรื่องมาจากตำนานพระถังซำจั๋งเดินทางจากจีน โดยเส้นทางสายไหมไปยังอินเดียเพื่อนำพระพุทธศาสนามาเผยแผ่ยังดินแดนจีน

 

การเดินทางของพระถังซำจั๋ง มีสาวกเข้ามาช่วยเหลือในภารกิจนี้มากมาย หนึ่งในนั้น คือ หงอคง อาจารย์ได้หยิบหงอคงขึ้นมาเป็นตัวเอก โดยมีภารกิจในการผจญภัยเพื่อตามหาดรากอนบอลทั้ง 7 ลูก ผู้ใดได้ครอบครองจะสามารถขอพรอะไรก็ได้

 

เขียนไปเขียนมา อาจารย์เริ่มติดลม เลยขยายเนื้อเรื่องไปเป็นว่าแท้จริงแล้ว หงอคงเป็นมนุษย์ที่มาจากดาวไซย่า การต่อสู้จึงขยายขอบเขตออกไปที่โลกอื่น รวมไปถึงมิติอื่นด้วย ซ้ำตัวละครในเรื่องยังเก่งเกินมนุษย์มากมาย โดยเฉพาะตัวร้าย ที่ไล่เรียงความร้ายกาจมาตั้งแต่ ระดับเบาะๆอย่าง กองทัพโบว์แดง เท็นชินฮัง พิคโกโร่ เบจิต้า ไล่มาจนถึงระดับทำลายล้างโลกได้ด้วยพลังตูมเดียว อย่าง ฟรีสเซอร์ เซล และจอมมารบู ภายหลังจากการต่อสู้ ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องจะกลายเป็นมิตรสหายกันในที่สุด

 

ด้วยความสนุกของเนื้อเรื่อง ทำให้เหล่าเด็กชายในยุคนั้น(ที่เป็นผู้ใหญ่หน้าตาดีอย่างผมในยุคนี้ 555) ถือว่านี่คือ ไอดอลในดวงใจ แน่นอนว่า การปล่อยพลังคลื่นเต่า แม้ว่าจะไม่มีพลังออกมาก็ตาม แต่มันคือของสนุกของเด็กในยุคนั้น รวมไปถึง เกม ของสะสม เกี่ยวกับดรากอนบอล โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์จากกล่องขนมโดเรมอนกล่องละ 5-6 บาท ที่ทุกคนต้องไปซื้อ(ผมเองก็ซื้อหลังเลิกเรียนวันละกล่องล่ะ) แม้ว่าขนมชอกโกแลตกลมๆในกล่องขนมจะมีรสชาติพอใช้ได้ แต่ที่ต้องซื้อทุกวันเป็นเพราะ สติ๊กเกอร์ข้างในที่เมื่อสะสมกันในสมุดสะสมรูปภาพแล้ว เราสามารถที่จะนำไปแลกของเล่นได้ เราไม่เคยสะสมครบเล่มหรอก เพียงแค่สนุกไปกับการสะสม แลกเปลี่ยน และ งัดสติ๊กเกอร์กับเพื่อนๆ เพื่อให้ได้สติ๊กเกอร์ที่ขาดอยู่ในเล่ม หลายคนเคยทำใช่ไหมล่ะ?

 

ส่วนภาพยนตร์ นอกจากเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นที่ออกมาเพื่อเติมเต็มเรื่องเล่าในดรากอนบอลภาคปกติแล้ว ภาพยนตร์ที่ใช้คนจริง เท่าที่จำได้ มีเพียงภาคเดียวที่ออกอากาศที่ช่องเจ็ดบ่อยๆ ดูตอนเด็กๆ ทั้งที่เป็นหนังทุนต่ำเกรดบี ตามสูตรระเบิดภูเขา เผากระท่อมแล้ว แต่รู้สึกมันเป็นบ้า ได้ข่าวว่าทั้งเรื่องถ่ายทำที่เมืองไทยทั้งเรื่องด้วย

 

แต่มารอบนี้ฮอลลีวูดเอามาทำเป็นภาพยนตร์แล้ว แม้ตัวแสดงจะกระจายสัญชาตไปทั่วโลก อย่างหงอคง ก็ได้ จัสติน แช็ทวิน แต่ก็ยังดึงเอาดาราเอเชียรุ่นเก๋า อย่างโจว เหวิน ฟะ มาแสดงป็นท่านผู้เฒ่าเต่าด้วย

 

ใน Dragonball Evolution เขาเจาะลงในช่วงต้นๆในชีวิตหงอคงที่จะต้องผจญศึกกับจอมมารพิคโกโร่ที่คิดจะครองโลก (คิดเล่นๆว่า ถ้าทำภาคอื่นคงมันน่าดู นึกภาพไม่ออกว่า จะทำฉากถล่มดาวเคราะห์ให้ดูอื้ออ้ากันทั้งโรงยังไง)

 

ไปดูแล้ว อยากให้ช่วยตัดสินกันด้วยว่า ทรงผมหงอคง ที่เราชื่นชมในการ์ตูนกับทรงผมหงอคงภาคนี้ ทรงผมใครเท่ได้ใจกว่ากัน

    

ที่นี้มาถึงเรื่องราวของสตรีต ไฟเตอร์ กันบ้าง นี่คือสุดยอดเกมต่อสู้แห่งยุคที่ผมต้องแอบเอาเหรียญสิบที่บ้านมาหยอดตู้เกมในห้างเมอร์รี่คิงส์ แถวอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน เป็นประจำ โห นานมากแล้วนะเนี่ย จนเดี๋ยวนี้เมอร์รี่คิงส์ตรงนั้นเขาปิดไปนานแล้ว  

 

ในยุคเดียวกันก็ยังมีเกมตลับ หรือเครื่องแฟมิคอม ไล่มาจนถึง เกมแผ่นดิสก์(เครื่องซุปเปอร์แฟมิคอม) เครื่องเพลย์สเตชั่น หรือในเครื่องเล่นเกมตระกูลอื่น(ที่ผมเริ่มร้างราไปบ้างแล้ว)ที่มีเกมสตรีตไฟเตอร์เป็นดาวเด่น ซึ่งจนเดี๋ยวนี้ก็ยังตามมาให้เราสนุกอยู่เรื่อยๆ กับเรื่องราวของเหล่านักสู้จากหลายประเทศที่ใช้ศิลปะการต่อสู้หลายแบบมาต่อสู้กัน คงจะจำตัวละครที่ชื่อ ริว เคน ที่ปล่อยพลังโชริวเคน(หรือที่ออกเสียงว่าอะบู๊เก้) ชุนลี สกัด (ตัวนี้เล่นมวยไทย) บัลร๊อค หรือเวก กันได้บ้างแหล่ะน่า

 

ด้วยความดังของเกม จึงมีการนำมาทำเป็นหนังสือการ์ตูนที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง ซึ่งโครงเรื่องหลักจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักคู้แค้นศิษย์ร่วมสำนัก นั่นคือ ริวและเคน กับเรื่องราวพัวพันที่เกี่ยวกับองค์กร์ค้ายาเสพติดระหว่างชาติที่พวกเขาต้องช่วยกันจัดการ

 

ในเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนการ์ตูน มีทั้งเวอร์ชั่นญี่ปุ่น และฮ่องกง แต่ผมชอบลายเส้นสะอาดตาแบบญี่ปุ่นมากกว่า ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีให้อ่านอยู่หรือเปล่า

 

ส่วนเวอร์ชั่นหนัง เคยมีฮอลลีวูดมาทำในปี 1994 ครั้งหนึ่ง และอีกเวอร์ชั่นหนึ่งเห็นแว้บๆที่เป็นหนังฮ่องกงที่ใช้บัลร๊อค ตัวละครอีกตัวดำเนินเรื่อง แต่รอบกนี้กลับมาอีกครั้งโดยให้ตัวละครผู้หญิงอย่าง ชุนลี เป็นตัวเอกบ้าง น่าไปดูแล้วเปรียบเทียบว่า ลีลาการต่อสู้ที่ใช้กังฟูผสมยิมนาสติกจะสวยเหมือนอย่างในเกมหรือเปล่า? เธอแก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อเธออย่างไร? นี่คือจุดที่น่าสนใจ แต่ในตอนนี้ รู้แต่ว่าคริสติน ครูก สาวแคนาเดี้ยนผู้รับบทเป็นชุนลีเอ็กพอร์ต(เพราะชุนลีตัวจริงต้องเป็นอาหมวยแห่งไชน่า) ดูดีมีเสน่ห์ไปอีกแบบนะ


          เขียนไปเขียนมา รู้สึกว่าตัวเองแก่จัง เอาเรื่องเก่าๆมาเล่า

 

แต่ยังไง เชื่อแน่ว่า คนที่โตมากับสองเรื่องนี้ ไม่ว่าหนังจะดีไม่ดียังไง เราก็ต้องไปดูกันใช่ไหมล่ะ ถ้ายังถวิลหาความหลัง (Nostagia) กันอยู่

  

 

เรียบเรียงใหม่จากคอลัมน์ Art and Culture แมกาซีน D Life หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 2-4 มีนาคม 2552

edit @ 14 Mar 2009 12:44:05 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:26:52 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

มันconfused smile

#6 By รีต (123.242.165.210) on 2010-03-13 13:11

มึงตาย

#5 By (58.10.137.13) on 2009-11-17 15:05

เอาเกมSTREET FIGHTERคลับ

#4 By (58.10.137.13) on 2009-11-17 15:03

#3 By (118.172.123.2) on 2009-08-20 08:30

สาดมึงตาย

#2 By เน็ท (118.172.123.2) on 2009-08-20 08:29

หงอคงการ์ตูนเท่ห์ฟ่า big smile

#1 By Paa orKant on 2009-03-14 13:05