Milk...ข้างหลังภาพ (ยนตร์) บนการเคลื่อนไหวสีม่วง

2 สัปดาห์ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและการเลือกรับ/ไม่รับร่างกฎหมายต่างๆ ของชาวอเมริกันในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2008 (วันที่พลเมืองอเมริกันต้องวุ่นวายกับการลงคะแนนให้กับหลายเรื่องราว นอกจากการเลือกประธานาธิบดี) สัปดาห์นั้นได้มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเปิดฉายรอบพรีเมียร์ที่ซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย


ภาพยนตร์เรื่องที่ว่าคือ เรื่อง Milk (2008) เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวประวัติของฮาร์วีย์ มิลก์ (แสดงนำโดยฌอน เพนน์)


ถ้าเปรียบว่า มาร์ติน ลูเทอร์ คิง คือผู้นำทางการริเริ่มการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนผิวสี ฮาวีย์ มิลก์ ก็คงจะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มรักร่วมเพศที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของคนรักเพศเดียวกันทั้งฝ่ายชายรักชาย และหญิงรักหญิง


ภาพยนตร์เรื่อง Milk นั้นเริ่มต้นด้วยฉากฟุตเตจเก่าๆ ที่เป็นภาพการจู่โจมบาร์เกย์และจับกุมชาวรักร่วมเพศ ซึ่งเป็นภาพในช่วงทศวรรษที่ 50-60 อันแสดงให้เห็นว่า กลุ่มคนรักร่วมเพศดูจะแปลกปลอมสำหรับสังคมอเมริกันยุคนั้น


พอมาถึงปี 1970 มิลก์พร้อมกับหนุ่มหล่อคู่รัก ย้ายจากนิวยอร์กมาเปิดร้านคาสโตร คาเมรา ในย่านยูเรกา วัลเลย์ ของซานฟรานซิสโก ณ ที่นี่เอง ต่อมาได้กลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์กันที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาวสีม่วง


ด้วยความฝันที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิของคนรักร่วมเพศ มิลก์จึงลงเล่นการเมืองเพื่อเป็นตัวแทนเสียงของคนกลุ่มนี้ จนความสำเร็จทางเมืองของมิลก์ถึงจุดสูงสุดในปี 1977 เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งจนได้เป็นกรรมการที่ปรึกษาซานฟรานซิสโก ประจำเขตการปกครองที่ 5


ในปี 1977-1978 มีการรณรงค์การจำกัดสิทธิของชาวรักร่วมเพศ ผ่านร่างกฎหมายของมลรัฐแคลิฟอร์เนียที่เรียกว่า Proposition 6 หรือ Prop.6 อันมีเนื้อหาหลักคือ การห้ามคนรักร่วมเพศเข้าทำงานในสถาบันการศึกษาในรัฐนี้ มิลก์และเพื่อนร่วมอุดมการณ์จึงต้องต่อสู้อย่างเหน็ดเหนื่อย เพื่อต่อต้านร่างกฎหมาย Prop.6


หลังจากการเลือกตั้งของชาวแคลิฟอร์เนียในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2009 ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คุ้มค่า เพราะ Prop.6 ถูกคว่ำลงในที่สุด


ผ่านพ้นความสำเร็จได้ไม่นาน
20 วันต่อมา มิลก์ถูกยิงเสียชีวิตจากน้ำมือของแดน ไวต์ กรรมการที่ปรึกษาซานฟรานซิสโก ผู้มีผลประโยชน์ทางการเมืองที่ไม่ตรงกันกับตัวเขา


...


เรื่องราวของมิลก์ที่บอกเล่าผ่านแผ่นฟิล์มในข้างต้น ถือเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานผ่านมาถึง
30 ปี ได้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ชาวแคลิฟอร์เนีย กลับมาร่วมกันต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกันอีกครั้ง



เพราะในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2008 มีร่างกฎหมายที่น่าสนใจอยู่ร่างหนึ่งนั่นคือ ร่างกฎหมายที่มีชื่อว่า Proposition 8 หรือ Prop.8 ซึ่งร่างกฎหมายนี้กระทบกับสิทธิของชาวรักร่วมเพศโดยตรง นั่นเพราะเนื้อหาของกฎหมายก็คือ การจำกัดการนิยามเรื่องการแต่งงานในรัฐแคลิฟอร์เนีย ว่า การแต่งงานตามกฎหมายจะเกิดขึ้นได้เฉพาะกับคู่สมรสที่มีเพศตรงข้ามกันเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ากฎหมายไม่รับรองการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกัน เหมือนอย่างที่เคยสามารถทำได้มาก่อนในรัฐนี้


การต่อสู้เพื่อสนับสนุนและต่อต้านร่างกฎหมายนี้จึงเกิดขึ้น และถือว่าเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่ใช้เงินทุนสูงสุดในการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นรองแค่การเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยฝ่ายสนับสนุนใช้เงินไปถึง 39.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนฝ่ายต่อต้านร่างกฎหมายใช้เงินไปถึง 43.3 ล้านเหรียญสหรัฐ


ฝั่งที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มที่เรียกว่า The ProtectMarriage.com ซึ่งคนที่สนับสนุนกลุ่มนี้ที่สำคัญๆ ได้แก่ สมาชิกจากพรรครีพับลิกันหลายคนอย่าง จอห์น แมคเคน ตัวแทนจากพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในตอนนั้น แต่กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดก็คงจะเป็นกลุ่มลัทธิมอร์มอน ที่ชื่อ The Church of Jesus Christ of Latter-day Saints หรือกลุ่ม LDS เงินสนับสนุนกว่าครึ่งหนึ่งและทีมงานหาเสียงจำนวน 80-90% มาจากกลุ่มนี้



ส่วนฝ่ายต่อต้านร่างกฎหมายเรียกว่า กลุ่ม NoOnProp8.com ผู้สนับสนุนกลุ่มนี้ก็อย่างเช่น บารัก โอบามา ตัวแทนพรรคเดโมแครตที่เข้าชิงชัยประธานาธิบดีในตอนนั้น ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ แม้จะอยู่ฝั่งพรรครีพับลิกัน แต่ก็ต่อต้านร่างกฎหมายนี้ ทางเอกชนก็มีกูเกิล, แอปเปิล อินคอร์เปอเรชั่น และสื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำจำนวนมาก อย่างเช่น ลอสแองเจลิส ไทมส์



ผลการเลือกตั้งก็คือ ฝ่ายสนับสนุน Prop.8 เป็นฝ่ายมีชัย


ใช่ว่าเรื่องจะจบแค่นี้ เพราะก่อนที่กฎหมาย
Prop.8 จะมีผลบังคับใช้นั้น ได้มีคู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสเป็นจำนวนมากถึง 18,000 คู่ คำถามก็คือ กฎหมาย Prop.8 จะมีผลบังคับย้อนหลังกับคู่สมรสที่จดทะเบียนก่อนหน้านี้หรือไม่?


การต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวสีม่วงยกใหม่จึงเริ่มขึ้น ศาลสูงสุดแคลิฟอร์เนียยอมรับฟังคดีฟ้องร้องในประเด็นนี้ โดยให้มาแสดงปากคำต่อศาลในวันที่
5 มีนาคม 2009 และผลของการตัดสินใจของศาลจะประกาศภายใน 90 วัน ต้องมาลุ้นกันว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองให้มีการสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ท้ายที่สุด แม้ว่าภาพยนตร์เรื่อง Milk จะได้รับรางวัลออสการ์ถึง 2 รางวัล นั่นคือ แสดงนำยอดเยี่ยม (ฌอน เพนน์) กับบทดั้งเดิมยอดเยี่ยม แต่ชีวิตจริงข้างหลังภาพยนตร์ การต่อสู้เพื่อสิทธิของคนชายขอบอย่างกลุ่มคนรักร่วมเพศในดินแดนเสรีภาพอย่างสหรัฐอเมริกายังคงต้องดำเนินต่อไป

 

พิมพ์ครั้งแรกที่คอลัมน์ AROUND THE WORLD แมกาซีน DLife หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 23-25 มีนาคม พ.ศ.2552

 

edit @ 23 Mar 2009 11:35:45 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:26:37 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet