รงค์ วงษ์สวรรค์...การนึกถึงคนอื่นของอาว์ รงค์



หลักไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้นเป็นธรรมดาโลก โดยสั่งสอนผ่านชาติ ชรา มรณะให้เราสังวรทุกชั่วขณะกะพริบตา

 

การจากไปของอาว์ รงค์ วงษ์สวรรค์ ก็ดำเนินไปตามสัจจะเช่นนี้เหมือนกัน

 

แม้จะรับรู้การจากไปตามหลักวงจรพุทธะ แต่ในทรรศนะของปุถุชน ความเสียใจในแวดวงน้ำหมึกย่อมบังเกิด เพราะนี่คือแก้วอันมีค่าอีกชิ้นหนึ่งของวงการวรรณกรรมไทยที่มีพยานประจักษ์เป็นผลงานหนังสือประมาณ 100 เล่ม ร้อยเรียงขึ้นมาด้วยความคิดอันไร้กรงขังทางกฎเกณฑ์ของภาษา (ครั้งหนึ่ง อาว์ รงค์เคยบอกไว้ว่า เขาทะเลาะกับพจนานุกรมเป็นประจำ) ทำให้ภาษาของอาว์ดูแปลกรส จนสามารถแหวกว่ายบนท้องฟ้าด้วยสมัญญาว่า "พญาอินทรีแห่งวงการวรรณกรรม"

 

ผมพยายามมองหาทัศนคติการมองชีวิตและความตายของอาว์ รงค์ ผู้เป็นเสเพลบอยชาวสวนทูนอิน ที่จังหวัดเชียงใหม่ จนวาระสุดท้ายในชีวิต แล้วเกิดสะดุดใจกับมุมมองชีวิตที่เขาเคยพูดคุยไว้ในนิตยสารอะ เดย์ เล่มที่ 41 ฉบับเดือนมกราคม พ.ศ.2547 อันเป็นเล่มที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตอันหฤห่ามของ รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) จนมาถึงชีวิตที่สุขุมในสวนทูนอินของ รงค์ วงษ์สวรรค์ (ไม่หนุ่ม) น่าเสียดายที่เล่มนี้หมดไปจากแผงตลาดนานแล้ว แอบถามไปที่อะ เดย์เองก็ยังไม่มีโครงการพิมพ์ใหม่

 

ในนิตยสารนี้ มีอยู่ส่วนหนึ่งที่เป็นบทสนทนาระหว่างอาว์ รงค์ วงษ์สวรรค์, ป๊อด-โมเดิร์นด๊อก และโจ้-วชิรา (บ.ก.ของอะ เดย์ในตอนนั้น) กลางความร่มรื่นของสวนทูนอิน ในวันนั้นใช้เวลาไปทั้งหมด 6 ชั่วโมง วชิราร้อยเรียงมาลงให้อ่านประมาณ 7 หน้า

 

สิ่งที่ผมติดใจในบทสนทนา ก็คือหลังจากการพูดคุยอันยาวนาน ก่อนที่ทุกคนจะจากกัน อาว์ได้พูดทิ้งท้ายให้ฟังอย่างน่าชวนไปขบคิดอย่างยิ่ง

 

"ที่จริงอาว์เคยเขียนถึงตัวเองบ่อยแล้ว ก็อย่างที่บอกพวกนาย อายุอาว์มันมากเกินกว่าจะโกรธหรือเสียใจ มันค้นหาความผิดตัวเองจนไม่อยากค้นอีกแล้ว ทุกอย่างที่ได้ตามประสงค์ก็ได้มาหมด เคยเป็นคนหนุ่มที่หน้าตาดีก็เคยเป็น ก็ขนาดนายแบบ เคยเป็นเพลย์บอยก็เป็น ไอ้ดอกทองอย่างที่เขาว่า เคยเป็นเจ้าของรถเท่จะขับรถเฉิดฉายในกรุงเทพฯก็เป็น มีบ้าน...มีสวนทุกอย่าง จะมาหาความผิดบาปในตัวในใจทำไม ตอนนี้จิตใจเราสงบ สิ่งที่สอนลูก สอนทุกคนที่มาบ้านนี้ คือขอให้คิดถึงคนอื่นมากๆ คิดถึงคนอื่นโดยไม่หวังผล แล้วมันจะดีเอง ยิ่งเรามีเพื่อนมากเท่าไหร่ ชีวิตเราจะดี เป็นคนต้องมีเพื่อน ต้องนึกถึงคนอื่นก่อน แล้วค่อยนึกถึงตนเองเป็นอันดับต่อๆ มา แล้วโลกก็จะน่าอยู่ ทั้งปัจจุบันและอนาคต"

 

ใช่ครับ ผมเห็นด้วย ถ้าเรานึกถึงคนอื่นสักหน่อย โลกใบนี้คงนุ่มละมุนไปด้วยครีมบำรุงแห่งความเอื้ออารี

 

ในฐานะแฟนานุแฟนทางน้ำหมึกคนหนึ่งของอาว์ รงค์ ที่แม้ในชีวิตจริงจะรู้จักกันแค่ในหนังสือฝีมืออาว์ที่เคยอ่าน ขอส่งเมตตาจิตให้โลกที่อาว์ รงค์กำลังจะเดินทางไป เต็มไปด้วยปากกาและกระดาษ เพื่อที่อาว์จะได้ทำงานที่รักต่อไป

 นึกถึงอาว์ รงค์ครับ 

 

 

พิมพ์ครั้งแรกที่คอลัมน์ THE WAY OUT แมกาซีน DLife ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 30-1 เมษายน 2552



edit @ 31 Mar 2009 17:00:11 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:26:21 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet