คนขายเลือด : งามหัวใจใต้ธงแดง

 

 

         

เมื่อหลายปีที่แล้ว ได้ชมหนังจีนฝีมือกำกับของจาง อี้ โหมว เรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า "To Live"(1994) แล้วเกิดประทับใจอย่างยิ่ง

 

          กับเรื่องราวของครอบครัวคนเล็กคนน้อยครอบครัวหนึ่งที่อยู่ภายใต้การปกครองของจีนในยุคคอมมิวนิสต์แบบจีนที่นำโดยเหมา เจอ ตุง ในปี 1949 เป็นต้นมาจนถึงยุคปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในช่วง 1966-1976

 

          หนังเรื่องนี้นำแสดงโดยสาวสวยสองพันปี...กงลี่ อดีตคู่ชีวิตของผู้กำกับเรื่องนี้ ส่วนดารานำชายแสดงโดย เก ยู ซึ่งบทนี้ผลักดันให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากเวทีหนังเมืองคานส์ เมื่อทั้งสองมาแสดงเป็นคู่สามีภรรยาที่ผ่านความทุกข์-ความสุขภายใต้ธงแดงของคอมมิวนิสต์ร่วมกัน ทำให้เราสนุกรสไปกับการดูหนังเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

          แน่นอนว่า หนังที่ดี ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับบทที่ดี ภาพยนตร์เรื่อง To Live สร้างจากวรรณกรรมบทประพันธ์ของหยู หัว หมอฟันผู้ผันตัวเองมาเป็นนักเขียน จนในปัจจุบันนี้เขามีชื่อเสียงระดับนานาชาติ นิยายของเขาส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาตีแผ่สังคมจีนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม

 

          วรรณกรรมคุณภาพของหยูหัว ตอนนี้แปลเป็นไทย 3 เรื่องแล้ว นั่นคือ คนตายยาก(To Live) คนขายเลือด(Chronicle of a Blood Merchant) และ พี่กับน้อง(Brothers) โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

 

          2 เรื่องแรก ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 หนังสือที่ทรงอิทธิพลที่สุดของจีนในทศวรรษ 1990

 

          ขอหยิบยกเรื่อง "คนขายเลือด" มาเล่าสู่กันฟังดีกว่า

 

          เคยได้ยินแต่เรื่อง ในจีนมีคนขายอวัยวะ เพื่อนมาเจือจุนชีวิตในยามทุกข์ยาก เหมือนอย่างที่ปรากฏในหนังจีนเรื่อง Feast of Villains ที่ตัวเอกต้องไปขายไตเพื่อช่วยเหลือบิดาที่กำลังป่วย

 

          ส่วนเรื่อง คนขายเลือด นั้น ในนิยายเล่มบอกว่ามีอยู่จริง โดยเฉพาะผู้คนตามชนบทของประเทศจีน ที่มักจะขายเลือดให้กับโรงพยาบาลในเมือง

 

          การขายเลือดแต่ละครั้ง คนขายจะต้องขายเลือดไปประมาณครั้งละ 2 ชาม

 

          "...คนที่แข็งแรงต้องไปขายเลือดกันทั้งนั้น ขายเลือดทีหนึ่งได้เงินตั้ง 35 หยวน ทำงานในนาต้องทำตั้งครึ่งปีถึงจะหาเงินได้ขนาดนั้น เลือดในตัวเราก็เหมือนน้ำในบ่อ ถ้าไม่ตัก น้ำก็ไม่เพิ่มขึ้น ถ้าตักทุกวัน น้ำก็ยังเท่าเดิม" คติของชาวนาในชนบทจีนว่าเช่นนั้น

 

          สี่ซานกวาน หนุ่มชาวเมืองซึ่งเป็นคนงานในโรงไหม ได้ลองไปขายเลือดดู

 

          เกือบทุกครั้งหลังจากที่ขายเลือดแล้ว จะต้องสั่งตับหมูผัดและเหล้าเหลืองเพื่อบำรุงเลือด ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้ไปเลย

 

          "...เงินที่ได้มาวันนี้เป็นเงินจากเลือด เงินจากเลือดนี่จะเอาไปใช้ตามใจชอบไม่ได้ ต้องใช้ในเรื่องจำเป็นจริงๆ"

 

          เงินที่ได้จากการขายเลือดครั้งแรกของเขาจึงใช้ไปกับการแต่งงาน

 

          แล้วต่อมา เมื่อไล่เรียงดูแล้ว การขายเลือดของเขาแต่ละครั้งล้วนแล้วแต่มีเหตุจำเป็นทั้งสิ้น อย่างเช่น ต้องชดใช้เงินให้กับลูกชายเพื่อนบ้านที่ถูกลูกชายตนเองทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เก็บเป็นค่าอาหารในปีที่ขาดแคลนอาหารในช่วงฤดูแล้ง และที่เป็นไฮไลต์ของเรื่องก็คือ การช่วยเหลือลูกชายที่ป่วยหนักเนื่องจากถูกเกณฑ์ไปเป็นแรงงานที่ชนบทในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ทำให้เขาต้องขายเลือดถึง 3-4 ครั้งในรอบไม่กี่วัน เพื่อหาเงินมาช่วยชีวิตลูกชาย

 

          เมื่ออ่านจบแล้ว จากที่หวาดหวั่นว่าจะเนื้อหาจะหนักเกินไป กลายเป็นว่า แอบน้ำตาซึมให้กับความดีงามของมนุษย์ในเรื่องที่แม้ว่าจะตกอยู่ภายใต้สังคมที่แร้นแค้นสักเพียงใด

 

          แต่ตราบใดที่มีรัก ที่นั่นย่อมมีความหวังเกิดขึ้นเสมอ

 

 

edit @ 16 Apr 2009 18:45:22 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:25:19 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

ค่ะ อ่านแล้ว สนุกมากเลย(ชอบนิยายของคุณหยูหัวอ่ะค่ะ) แต่ละเล่มมันสะท้อนชีวิตในสมัยนั้นอย่างดีเลยbig smile

#4 By ◆404found_ on 2009-11-06 17:58

เช้ดด "รักแห่งสยาม" ในบรรทัดสุดท้าย

#3 By ปั้น (118.175.64.113) on 2009-06-04 10:18

...เป็นเรื่องทีดีครับ

#2 By araignee on 2009-04-16 14:59

big smile น้ำตาซึมเลยคับ

#1 By อวดดี on 2009-04-16 14:47