Louis Vuitton เปิดบันทึก กลยุทธ์สร้างแบรนด์ : ที่หนึ่ง สุดยอด และแตกต่าง

  

          "ถ้าคุณไม่เป็นที่หนึ่ง ไม่เป็นสุดยอด ก็จงแตกต่าง" จะเป็นไปได้ไหมที่จะ "เลือก" เป็นทั้งสามสิ่งนี้

 

          คำตอบคือ เป็นไปได้

 

          ตอบเช่นนี้เพราะหลังจากที่หยิบหนังสือแนวการตลาดที่มีชื่อว่า "Louis Vuitton เปิดบันทึก กลยุทธ์สร้างแบรนด์" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น) แล้วเกิดภาวะซาโตริ(หยั่งรู้)ว่า การตลาดของสินค้าลักชัวลี่แบรนด์เจ้านี้คือ ของแท้

 

          อันว่าแบรนด์หลุยส์ วิตตอง นั้นจัดอยู่ในหมู่สินค้าไฮคลาสในเครือ Moet Hennessy - Louis Vuitton (LVMH) ซึ่งมี 50 กว่าแบรนด์อันได้แก่ หลุยส์ วิตตอง,คริสเตียน ดิออร์,นาฬิกาแทจ ฮอยเล่อร์ เป็นต้น

 

          ชินยะ นากาซาว่า ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้วิเคราะห์ปรากฏการณ์ความสำเร็จของสินค้าไฮคลาสเครือนี้ผ่านตลาด LVMH ที่ส่งเข้ามาในญี่ปุ่น ว่ากันว่าคนญี่ปุ่นคลั่งไคล้แบรนด์หรูที่มีลายโมโนแกรมที่มีโลโก้ LV ในระดับที่ว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 40% ของคนญี่ปุ่นเป็นเจ้าของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งพอๆกันกับคนญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของรถโตโยต้า หรืออาจจะมากกว่าเลยทีเดียว

 

          นี่อาจจะเป็นความเป็นหนึ่งและความสุดยอดของสินค้าแบรนด์นี้

 

          แต่ถ้าพูดถึงความแตกต่าง เราจะพบว่า แบรนด์นี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในแง่ที่ว่า กลยุทธ์ทางการตลาดนั้นไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

 

          ราคาแพง ไม่เคยลดราคา ไม่เคยมีของแถม ไม่มีสินค้าเอ๊าต์เล๊ต ไม่ใช้เครื่องจักรผลิต ไม่โฆษณาทางโทรทัศน์ และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ต้นทุนไปค่อนข้างสูงในระดับที่ว่า ถ้าเราจะปั้นแบรนด์ขึ้นมาเองและเดินทางกลยุทธ์เหล่านี้ คงจะลำบากสักหน่อย

 

          แต่ด้วยคุณลักษณะพิเศษของความเป็นหลุยส์ วิตตอง ทำให้การตลาดในข้างต้น กลายเป็นความ"มีเหตุผล"ต่อการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ไฮโซที่มีอายุ 155 ปีแบรนด์นี้

 

          หนังสือเล่มนี้ได้วิเคราะห์กลยุทธ์ทางการตลาดนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

 

          อย่างเช่น สาเหตุที่หลุยส์ วิตตองราคาแพง ไม่เคยลดราคา ไม่เคยมีของแถม สามารถที่จะอธิบายได้ว่า ด้วยความที่เป็นแบรนด์ลักชัวลี่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ถ้าเปรียบเป็นคนคงเปรียบเสมือนเจ้าหญิงที่สูงศักดิ์ การใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาแบบนี้อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์นี้ถูกลดระดับลง เพราะหลุยส์ วิตตอง เชื่อว่า "ถ้าซื้อไม่ได้ ก็ไม่ซื้อ เอาไว้อยู่ในสถานะที่เป็นลูกค้าร้านนี้ได้อย่างภาคภูมิใจก่อนแล้วค่อยมาซื้อ"

 

          ใช่ว่า ของดี จะเป็นของแพงเสมอไป หลุยส์ วิตตอง จึงต้องรักษาคุณภาพของสินค้าของตนด้วยให้รู้สึก ไฮ เอนอยู่เสมอ อย่างเช่น การไม่มีสินค้าเอ๊าต์ เล็ต(สินค้าที่นำออกมาขายจากโรงงานโดยตรง) ซึ่งเป็นสินค้าลดราคาที่ผลิตเกินออร์เดอร์ ด้วยเหตุผลเพราะว่า คุณภาพการผลิตของหลุยส์ วิตตองนั้นดีเยี่ยมจนไม่จำเป็นต้องผลิตเกินเพื่อชดเชยสินค้าที่ผลิตเสีย ด้วยความที่ไม่ใช้เครื่องจักร ทำให้งานช่างในการทำกระเป๋ามีเสน่ห์แม้ว่าจะมีจำนวนจำกัด

 

          ที่ดูละเอียดอ่อนมากๆก็อย่างเช่น การไม่ใช้บริการโฆษณาทางโทรทัศน์ ด้วยเหตุผลของความอ่อนไหวในรูปลักษณ์ของสินค้า ลองนึกดูสิ หากมีโฆษณาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วหลังจากนั้นก็ยิงโฆษณาของกระเป๋าหลุยส์ วิตตองต่อ ประสบการณ์ของผู้บริโภคจะเป็นเช่นไร?

 

          นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ที่แตกต่างอีกมากมายที่ทำให้แบรนด์เจ้าหญิงแบรนด์คงความสวยงามแบบชนชั้นสูงตลอดกาลก็อย่างเช่น การสร้างช้อปในพื้นที่ที่ราคาที่ดินแพงลิบลิ่ว การเข้าคิวรอชมสินค้า การที่สินค้าไม่เคยตั้งราคาด้วยเลขท้าย 9 มีศูนย์ซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งมีเหตุผลทางการตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

           การวางตำแหน่งแบรนด์เช่นนี้นี่เองจึงทำให้หลุยส์ วิตตอง คงความเป็นหนึ่ง คงความสุดยอด และเป็นหนึ่งเสมอมา            

edit @ 14 Sep 2009 12:25:04 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

หวัดดี

บาย

#2 By (58.147.46.167) on 2009-06-25 17:29

ในวันที่ 11 มิถุนายน 2552 เวลา 12.00-13.00 น.เวทีเปิดของงาน
ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ มีงานเสวนา หัวข้อ เปิดบันทึก...กลยุทธ์การสร้างแบรนด์Louis Vuitton ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://jankhuk.exteen.com/open-mounthed smile

#1 By TPA Publishing on 2009-06-05 10:12