งานนี้เขียนไว้นานแล้ว แต่ชอบหนังเรื่องนี้น่ะ เลยเอามะพร้าวห้าวมาแนะนำในสวนนี้กัน

 

 

 

 

 

 

 

Little Miss Sunshine ที่สุด ที่สุข...ของความไม่ที่สุด

 

ในรอบปี 2550 นี้ ถ้าให้ผมเลือกหนังฟอร์มเล็กแต่แจ่มระดับออสการ์มาแนะนำให้ผู้อ่านรับชม ผมคงไม่ลังเลที่จะเลือกหนังในดวงใจอย่าง Little Miss Sunshine (กำกับฯโดย Jonathan Dayton ร่วมกับ Valerie Faris) หนังฟีลกู๊ดแนว road movie เรื่องนี้ น่าจะเป็นที่สุดในดวงใจของผู้ที่ได้ชมหลายคนอย่างเป็นแน่แท้


ความที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือ แม้ว่ามันจะเป็นหนังเล็กๆ ที่มีทุนสร้างเพียง 8 ล้านเหรียญ แต่หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ถึงสองรางวัล คือ รางวัลในสาขานักแสดงสมทบฝ่ายชายยอดเยี่ยมตกเป็นของ Alan Arkin คนที่เล่นเป็นคุณปู่ตามท้องเรื่อง และรางวัลในสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม นอกจากนี้หนังเรื่องนี้ยังเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอีกด้วย แต่ต้องพ่ายให้กับหนังของ Martin Scorsese อย่าง The Departed


เรื่องราวของ Little Miss Sunshine เป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่กำลังจะออกเดินทางข้ามรัฐร่วมกันเพื่อนำลูกสาวคนเล็กเพื่อไปประกวดนางงามเด็ก


สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ครอบครัวนี้แต่ละคนมีบุคลิกกระเดียดไปในลักษณะที่เราเรียกว่า "Underdog" หรือเรียกกันแบบติดน้ำพริกปลาทูว่า "หมาขี้แพ้" ที่ดูจะห่างไกลกับอุดมคติของอเมริกันชนที่ถูกเรียกว่า "American Dream" ยิ่งนัก ลองดูบุคลิกของตัวละครแต่ละคนสิ


คุณปู่...สิงห์โคเคนที่แสนจะปากร้ายเหลือหลาย


คุณพ่อ...อาจารย์สอนฮาวทูสู่การเป็นผู้ชนะที่พยายามตีพิมพ์หนังสือฮาวทูของตน (ที่เขายังไม่พิมพ์ให้เสียที)


คุณแม่...แม่บ้านที่แม้แต่อาหารก็ยังไม่มีเวลาทำให้ครอบครัวทาน ตอนนี้กำลังพยายามเลิกสูบบุหรี่


คุณอา...ชนชาวสีม่วงที่อกหักจากคู่รักสีเดียวกัน เขาเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เพราะพยายามกรีดข้อมือตัวเอง จึงต้องอยู่ในการดูแลของครอบครัวนี้อย่างใกล้ชิด


ลูกชายคนโต...คลั่งไคล้ในปรัชญาของนิทซ์เช่ และไม่ยอมพูดกับใครจนกว่าจะได้เป็นนักบิน


ลูกสาวคนเล็ก ที่หุ่นไม่ให้แต่ใจรักที่จะเข้าประกวดนางงามเด็ก


สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้ คือ ในระหว่างการเดินทาง แต่ละคนเรียนรู้ที่จะเจ็บปวดกับความพ่ายแพ้ (เนื้อเรื่องตรงนี้ขอปิดไว้ เดี๋ยวจะดูหนังไม่สนุก) จนดูเหมือนจะดูแคลนหลักสูตรกระแสหลักอย่าง American Dream อยู่ในที


ดูเหมือนว่าโลกทุนนิยมปัจจุบันสิ่งที่คนหมู่มากคิดมักจะออกมาในรูปรอย American Dream ที่ต้องทำงานให้หนักเข้าไว้เพื่อความสำเร็จในชีวิต ประเภทหน้าที่การงานมั่นคง มีรถ มีบ้าน ลูกได้เรียนในโรงเรียนดีๆ จนอดคิดถึงความน่ากลัวของกระแสนี้ไม่ได้ว่า การแข่งขันย่อมมีผู้แพ้ แล้วกลุ่มคนเหล่านี้จะทำอย่างไรกันดีล่ะ


เหตุนี้ทำให้หลายคนเลือกเส้นทางที่คิดว่ามันคือ "ทางออก" ที่ดีที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจที่พฤติกรรม "จน เครียด กินเหล้า" จะมองเห็นอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง หรืออย่างร้ายที่สุด เมื่อความรู้สึกไร้ค่ามีมากเข้าอาจจะเป็นปมหนึ่งที่ทำให้คนเราหันหาทางจบชีวิตของตนลง อย่างเช่น สังคมผู้แพ้ในประเทศญี่ปุ่น หรืออเมริกาเอง อย่างในหนังสารคดีเรื่อง The Bridge (2006) ก็ตีแผ่ความล้มเหลวทางด้านชีวิตของชาวอเมริกัน ผ่านการฆ่าตัวตายที่สะพานโกลเด้นเกตที่จะมีคนฆ่าตัวตายเฉลี่ยเดือนละ 2 คนต่อปี ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็คือ ภาวะบีบคั้นในโลกทุนนิยมนั่นเอง


ถึงอย่างไรใน Little Miss Sunshine แม้ท้ายที่สุดแล้วทุกคนจะ "พ่ายแพ้" ในนิยามของ American Dream แต่การพ่ายแพ้ไม่ใช่ว่าจะทำให้พวกเขาไร้ซึ่งความสุข ตรงกันข้าม ความสุขอยู่ข้างพวกเขาเสมอ หลังจากที่พวกเขาได้เรียนรู้ระหว่างทางร่วมกัน ว่าถึงแม้เราจะไม่เป็นที่สุด แบบโคตรหล่อ รวย เก่ง แต่เราก็เป็นสุขได้


บทสรุปของประเด็นนี้อยู่ที่บทสนทนาระหว่างคุณอาสีม่วงกับลูกชายคนโตของครอบครัว


คุณอาพูดถึงชีวิตของ Marcel Proust นักเขียนฝรั่งเศสขวัญใจของเขาว่า ชีวิตของนักเขียนผู้นี้มีขึ้นมีลงจนทำให้ Proust เห็นว่า "ช่วงที่เขาลำบากที่สุด คือ ช่วงที่ดีที่สุดในชีวิต เพราะเขาเป็นตัวของตัวเอง แต่ในช่วงที่มีความสุขเขาไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย"


ส่วนคุณหลานชายหลังจากที่ไม่พูดมาทั้งเรื่องก็พูดถึงการประกวดนางงามเด็กของน้องว่า "การประกวดเฮงซวย...ชีวิตยังมีอย่างอื่นมากกว่าการประกวดอีกเยอะ ทำสิ่งที่เราอยากทำ ที่เหลือช่างมัน"


เท่ไหมล่ะ ความสุขท่ามกลางความไม่ที่สุดของชีวิตปกติสามัญ 

 

................................................................. 

 

เรียบเรียงจาก http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02dlf05171250&day=2007-12-17§ionid=0225

 

edit @ 19 Apr 2009 01:24:56 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:24:24 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

อยากดูอะครับ
เหนแล้วนึกถึงเรื่องแนวนี้เหมือนกัน
ไม่รู้เคยดูกันป่าว
เรื่อง"นโปเลียน ไดนาไมท์"
ชอบเรื่องนี้ค่ะ ชอบอะไรหลายๆ อย่างในเรื่อง โดยเฉพาะที่ผลักรถตู้ (ฮา)

เป็นเรื่องที่ให้แง่คิดหลายๆ อย่างจริงๆ ค่ะ

#2 By :: Fenue :: on 2009-04-19 02:43

ชอบมากๆ เหมือนกันค่ะ

ทำไมเราดูแล้วร้องไห้ด้วยนะ

ชอบจัง

ชอบ มาก

#1 By aprileighth on 2009-04-19 01:47