Forever Enthralled

อุปรากรจีน...ติดตรึงตลอดกาล

 

 

 

         

 

ผมน่าเกิดในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาเสพสื่อในโทรทัศน์มากกว่าที่จะออกจะบ้านไปดูลิเก ดูงิ้ว

 

          ลิเกนั้น ยังพอได้ดูอยู่บ้างเพราะบางทีจะโดนผู้เฒ่าผู้แก่แถวบ้านเคี่ยวเข็ญให้ไปดูเป็นเพื่อน

 

          แต่ถ้าเป็นงิ้ว ซึ่งดูจะเป็นของแปลกสำหรับครอบครัวคนไทยที่ไม่กากี่นัง ดูจะเป็นเรื่องห่างไกลจากจากชีวิตเป็นอย่างยิ่ง

 

          ผ่านมาอยู่บ้างก็ตอนสมัยเรียนปริญญาตรีที่พอจะผ่านตางิ้วธรรมศาสตร์ แต่เป็นการผ่านตาระดับงูๆปลาๆ หาใช้การใดได้ไม่

 

          เวลาผ่าน ทัศนคติของของจึงเปลี่ยน มาถึงวันนี้ชักอยากดูงิ้ว

 

          เพราะหลังจากที่ชมภาพยนตร์เรื่อง Forever Enthralled (2008) ความรู้สึกดื่มด่ำกับศิลปะแขนงนี้ก็บังเกิดขึ้นในจิตใจ

 

          หนังเรื่องนี้เป็นหนังชีวประวัติของ เม่ย หลันฟาง(แสดงโดย หลี่หมิง) นักแสดงอุปรากรจีนหรืองิ้วผู้เป็นตำนานของประเทศจีน ฝีมือกำกับของเฉิน ข่าย เก๋อ ที่เคยทำงานคุณภาพระดับรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ อย่าง Farewell to My Concubine(1993) นี่ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอุปรากรจีนเช่นกัน แถมยังได้ดาวค้างฟ้าอย่างเลสลี่ จาง มาแสดงเป็นนักแสดงงิ้วที่มีรสนิยมชายรักชาย เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เขาแสดงได้ในระดับเทพ ถือว่าเป็นหนังอมตะอีกเรื่องหนึ่งของผู้กำกับจีนรุ่นที่ 5 ผู้นี้

 

          หลังจาก Farewell to My Concubine(1993) ดูเหมือนว่าเฉิน ข่าย เก๋อ จะเดินเป๋ไปเป๋มาบนเส้นทางการทำหนัง เมื่อเทียบกับคู่รักคู่แค้นอย่าง จาง อี้ โหมว อย่างหนังเรื่อง The Promise(2005) หนังฟอร์มใหญ่ที่เขาทำก่อนหน้านี้ ก็โดนนักวิจารณ์สับเละอย่างไม่เป็นท่า

 

          ในที่สุดเขาก็คืนฟอร์มเก่งจากหนังเรื่อง Forever Enthralled (2008) เสียที

 

          เม่ย หลัน ฟาง (1894-1961) เป็นชื่อที่เขาใช้ในการแสดง แต่ชื่อจริงๆของเขาก็คือ เม่ยหลัน

 

          เด็กน้อยเปิดหีบของลุงเพื่ออ่านจดหมายที่ลุงเขียนเขา เนื้อความเล่าถึงเรื่องโทษทัณฑ์ที่เขาใส่เสื้อผิดวันเข้าไปในวังแล้วโดนทำโทษด้วยการโบยตี ซ้ำร้ายยังถูกคุมขังด้วยแอกกระดาษที่แม้จะเบาหวิวเมื่อเทียบกับแอกที่ทำด้วยไม่ แต่เงื่อนไขของการคุมขังก็คือ ห้ามทำแอกกระดาษนี้ขาดเป็นอันขาด

 

          ดูยากเย็นใช่ไหมล่ะ การลงโทษแบบนี้...

 

          เมื่อเด็กน้อยโตขึ้นมากลายเป็นหนุ่มรูปงามที่สานต่องานที่บรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นตาจนถึงรุ่นลุงก้าวเดินมา นั่นคือ การเป็นนักแสดงงิ้ว

 

          เม่ยหลันแสดงเป็นนักแสดงผู้หญิงอย่างสมบทบาทจนกลายเป็นดาราดังประจำเวทีอุปรากรที่ปักกิ่ง

 

          โชคชะตาทำให้เขาพบกับคิว รูเบย อาจารย์สอนศิลปกรรมการแสดงซึ่งคนทั้งสองเคารพต่อความสามารถซึ่งกันและกัน จนสาบานเป็นพี่น้องกัน

 

          คนทั้งสองรู้สึกขัดแย้งกับการแสดงงิ้วแบบดั้งเดิมที่ปกปิดอารมณ์ความรู้สึกจนลดรูปอารมณ์เหลือเพียงแค่หน้ากากที่ใส่

 

           พวกเขาจึงแยกออกมาทำการแสดงงิ้วเองโดยใช้ดำเนินตามรูปแบบที่ตนถนัด

          จนในที่สุดเม่ย หลัน ก็ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต เขาทำให้งิ้วได้รับความนิยมทั้งในเมืองจีนและในสหรัฐอเมริกา ที่แม้ว่าในช่วงนั้นอเมริกากำลังประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากวิกฤติ The Great Depression ในปี 1930 ก็ตาม ว่ากันว่า ดาราฮอลลีวู๊ดดังๆอย่าง ชาร์ลี แชปลินก็เป็นเพื่อนสนิทของเขา

 

          หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นเอง หลังจากที่นำกองทัพเข้ามายึดครองกรุงปักกิ่งในปี 1937 แล้วขยายผลเป็นการยึดครองทั้งประเทศจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ยังเล็งเห็นว่า ควรใช้เม่ยหลัน เป็นเครื่องมือในการครอบงำประเทศจีน โดยใช้รูปแบบกลืนชาติด้วยวัฒนธรรม

 

          นี่คือความสุดยอดในเวทีของเขา

 

          แต่ขึ้นชื่อว่า หนังชีวประวัติ แน่นอนว่า ย่อมต้องแสดงเหรียญทั้งสองมุม ในมุมมืดและมุมสว่าง ในมุมมืดนั้น เม่ยหลัน ต้องเผชิญกับความอ้างว้างในรูปแบบของซูปเปอร์สตาร์ที่แทบไม่มีเวลาให้ตนเองแม้แต่เรื่อง ความรัก จนในบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตของเขาก็มีแอกกระดาษบางๆที่มองไม่เห็นพันธนาการไว้

 

          เขาจะจัดการกับแอกกระดาษนี้เช่นไร? เผื่อรักษาให้ตัวเองเป็นกลายเป็นตำนานที่ติดตรึงคนรุ่นหลังไปตลอดกาล

 

          น่าคิดและน่าติดตามอย่างยิ่ง

 

edit @ 24 Apr 2009 11:36:49 by ณัฐกร เวียงอินทร์

edit @ 14 Sep 2009 12:23:34 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet