The Magic Hour(2008)

ชั่วโมงต้องมนต์ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว

  

          บุคลิกของคนญี่ปุ่นที่แสดงให้เห็นในสังคมโดยรวมดูจะมุ่งมั่นจริงจังกับการทำงานเป็นพิเศษ จนทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า เซ้นส์ความขำของพวกเขาจะต่างจากบ้านเราสักกี่มากน้อย

 

          เซ้นส์ของความขำ บางทีมันมีความเป็นสากลอยู่นะ เพราะบางทีเราดูหนังตลกข้ามชาติ ข้ามทวีป เรายังรู้สึกขำกับ "ตลกฝาหรั่ง" ได้เลย

 

          อย่างที่ญี่ปุ่น เมื่อหลายปีก่อน ยังมีรายการอย่างโหด มัน ฮา หรือ คู่หูคู่ฮา ฝีมือการแสดงของทาเคชิ คิตาโน่ หรือ บีท ทาเคชิ มาให้เราขำกันเหงือกแห้งได้เลย

 

          แต่ช่วงหลายปีมานี้ ส่วนใหญ่เราเห็นความเป็นญี่ปุ่นผ่านหนังโรแมนติกมากกว่า อย่างเรื่อ ง Always , Love Letter หรือ Be with You

 

          แล้วหนังตลกโปกฮาหายไปไหนหมดเนี่ย

 

          ความสงสัยนี้เป็นที่มาในการเสาะหาหนังตลกสไตล์ญี่ปุ่นมานั่งดู

 

          ดูไปดูมา เกิดจะเอ๋กับงานของผู้กำกับและเขียนบทอย่าง โคคิ มิทานิ(Koki Mitani)

 

          ดูแล้ว โดนครับโดน...โดนเส้นขำ

 

          ดูไปหลายเรื่อง แต่อยากจะหยิบมาเล่าสู่กันฟังสักเรื่อง นั่นคือ The Magic Hour

 

          The Magic Hour เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองสมมติแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ที่ดูสวยงามสไตล์ตะวันตก จนกลายเป็นจุดสนใจของคนทำหนังที่นิยมมาสร้างหนังที่ที่เมืองแสนสวยคลาสสิคแห่งนี้

 

          ฉากหน้าคือความสวยงาม แต่ฉากหลังของเมือง เมืองแห่งนี้อยู่ในการครอบครองของแก๊งเจ้าพ่อที่อยู่ในช่วงขาลงแก๊งค์หนึ่ง

 

          ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้น เมื่อหนุ่มน้อยหน้ามนนามบิงโก พระเอกของเราได้ไปลูบคมเจ้าพ่อผู้เป็นหัวหน้าแก๊งครองเมืองด้วยการแอบไปมีชู้กับเมียสาวแสนสวยของเจ้าพ่อ

 

          โทษที่ถูกตัดสินมีประการเดียวคือ ตาย!

 

          วินาทีที่ลมหายใจของพระเอกกำลังจะถูกปลิดทิ้ง ด้วยโชคบวกเหลี่ยมของเขา ทำให้เขารู้ว่า เจ้าพ่อผู้นี้เป็นแฟนคลับตัวยงของนักฆ่าชื่อกระฉ่อน นามว่า ทากาชิ

 

          บิงโก จึงเล่าให้เจ้าพ่อฟังว่า แท้จริงแล้ว ทากาชิ เป็นเพื่อนสนิทกับกับเขา ถ้าเจ้าพ่ออยากเจอ เขาจะจัดให้

 

          เหตุนี้เอง ทำให้พระเอกของเรารอดตายอย่างหวุดหวิด แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ แท้จริงแล้ว เขาไม่รู้จักกับนักฆ่า ทากาชิ น่ะสิ

 

          ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี?

 

          บิงโกนั่งคิดถึงการแก้ไขสถานการณ์นี้ จนคิดแผนหนึ่งขึ้นมาได้ นั่นคือ การหลอกนักแสดงคนหนึ่งเกรดบีมาที่เมืองนี้ แล้วทำทีว่า เขาเป็นผู้กำกับที่กำลังถ่ายทำหนังอยู่ โดยที่มีฉากอันสวยงามของเมืองเป็นต้นทุนที่ดีในการหลอกให้เชื่อว่า นี่คือโลเคชั่นการถ่ายทำหนัง

 

          โดยบทที่นักแสดงคนนี้ได้รับก็คือ การแสดงเป็น นักฆ่าทากาชิ!

 

          แล้วความฮาก็ถูกไล่เรียงผ่านการแสดงเป็นนักฆ่าที่บุกถึงดงมาเฟียใหญ่ ในรูปแบบของหนังซ้อนหนัง สนุกจนถึงหยดสุดท้ายของเรื่อง

 

          นั่งดูไปก็ฮาไป จนคำว่า "ซิตคอม" (Sitcom-Situation Comedy) ซึ่งเป็นศัพท์ในแวดวงรายการโทรทัศน์โผล่ขึ้นมาในสมองซีกซ้าย

 

          เหตุผลก็เพราะ หนังหลายเรื่องที่โคคิ มิทานิ กำกับหรือเขียนบทใช้องค์ประกอบของความเป็นซิตคอมแบบละครโทรทัศน์ทำให้หนังน่าดู

 

          การใช้ฉากซ้ำไปซ้ำมา การแสดงแบบโอเวอร์แอคติ้ง มุกรับมุกส่ง ชวนให้นึกถึงพวกละครซิตคอมของซีนาริโอ ต่างกันก็แค่ ไม่มีชอตเสียงหัวเราะแทรก หรือลาฟ แทร๊ค(laugh track) มาคั่นระหว่างการแสดง

 

          และแม้ว่าอุปสรรคในท้องเรื่องจะมีมากเพียงใด แต่บทสรุปของหนัง ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความแฮปปี้ เอ็นดิ้ง ที่ชวนให้เรามองโลกในแง่ดี คิดถึงความหวัง ค้นหาตัวตน และสู้ต่อไป ทาเคชิ

 

          อย่างในเรื่อง The Magic Hour ได้แทรกความคิดเกี่ยวกับชั่วโมงต้องมนต์ซึ่งเป็นชั่วโมงที่สวยงามของมนุษย์ นั่นคือ ช่วงตอนเย็นที่เป็นเป็นคาบต่อระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่ท้องฟ้าแสนจะสวยงาม

 

          หากเราพลาดชมชั่วโมงต้องมนต์นี้ พรุ่งนี้หรือวันต่อๆไปก็กลับมาชมได้อีก เหมือนกับชีวิตของเรา ที่แม้จะตกต่ำสักแค่ไหน แต่ทุกจังหวะชีวิต ชั่วโมงต้องมนต์เกิดขึ้นได้เสมอ

 

          ว่าแล้วก็อยากให้มิตรรักแฟนหนังลองพิจารณาเรื่องอื่นๆของโคคิ มิทานิด้วย อย่างเช่น Welcome Back, Mr. McDonald(1997)  All About Our House(2001) University of Laughs (2004 , เรื่องนี้มิทานิเขียนบทอย่างเดียว) และ The Uchoten Hotel (2006)

 

          ดูแล้ว ถ้าชอบ ก็ช่วยกันอวยพรว่า จะมีคนจัดเทศกาลหนังที่ใจดีสักคนมองเห็นความสนุกของเขาแล้วอยากจัดให้มีเทศกาลหนังของโคคิ มิทานิ ในบ้านเรา เหมือนที่เคยทำให้เจ้าพ่อหนังตลกอย่าง ทาเคชิ คิตาโน่ และเจ้าชายหนังรักอย่าง ชุนจิ อิวาอิ มาแล้ว

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่องนี้.. เหตุเกิดจากซาโตชิ และเอริ นั่นเองเลยรีบไปหามาดู ฮ่ะๆ

ชอบคุณตาคนที่เป็นตำนานคนนั้น
ชอบการทิ้งท้ายประโยคทอง Magic Hour
มันทำให้ได้เก็บมาคิด...

ปุ้มขำความตลกร้ายของหนังเรื่องนี้มากๆ
ชอบฉาก สีสัน ตัวละครเกือบทุกตัวเลย

เอาเป็นว่าชอบ... ^^

ปล. ติดใจมุขการลงโทษด้วยการเอาเท้าแช่ในถังปูนอะ cry

#2 By Lady in 'Labyrinth' on 2009-07-17 02:16

พ่อหนุ่มชั่วโมงผีตากผ้าอ้อมนี่เอง น่าดู

เรื่องขำบางครั้งเป็นเพียงรสนิยม
แต่อารมณ์สากลมันคือความเศร้า

#1 By 11 on 2009-07-17 00:40