ฮายาโอะ มิยาซากิ , จิบลิ และหนังของเขา

         

สงสัยมานานแล้วว่า ทำไมบ้านเราจึงไม่ค่อยนำหนังแอนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิ(Ghibli อ่านว่า จิ-บลิ นะครับ) จากฝั่งญี่ปุ่นมาจำหน่ายหรือนำมาฉายให้เป็นเรื่องเป็นราวทั้งที่ค่อนข้างเป็นที่เป็นที่นิยมในบ้านเรา อย่างเช่นเรื่อง สุสานหิ่งห้อย(Grave of the Fireflies , 1988) กับเรื่องราวสองพี่น้องในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่แสนเศร้าเคล้าน้ำตา จนช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณต้องนำมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมา หากใครอยากดูแอนิเมชั่นแสนบรรเจิดของค่ายนี้ ก็ฝากไร้ต์ซีดีแบ่งๆกันดู เพราะหาซื้อยากมาก ส่วนหนังใหญ่ฉายตามโรงแทบไม่ต้องพูดถึง จนหนังค่ายนี้กลายเป็นหนังด้อยโอกาสไปทั้งที่หนังหลายเรื่องครองตำแหน่งหนังทำรายได้สูงสุดในญี่ปุ่นและยังได้รับรางวัลออสการ์อีกด้วย(หนังเรื่อง Spirited Away ได้รับรางวัลออสการ์สาขาแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมในปี 2003)

 

          แต่พอมาถึงวันนี้ ด้วยเสียงชมปากต่อปาก ทำให้สตูดิโอจิบลิเริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น ซีดีผลงานเก่าๆของจิบลิของเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น แถมแอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดอย่าง Ponyo On a Cliff(2008) ผลงานกำกับของฮายาโอะ มิยาซากิ ก็ได้มีโอกาสนำมาฉายในโรงหนังบ้านเรา

 

          หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเด็กชาย 5 ขวบ กับปลาทองที่เขาพบในทะเลแถวบ้าน...

 

          หากคิดว่า นี่คือ หนังกุ๊กกิ๊กแบบเด็กน้อย เราคิดว่าควรไปทำความรู้จักกับฮายาโอะ มิยาซากิกับหนังของเขาก่อนดีกว่าไหม? เพราะหนังของพ่อมดแอนิเมชั่นของแดนอาทิตย์อุทัยไม่ได้คิดง่ายขนาดนั้น

 

          ย้อนกลับไปเมื่อปี 1985 คนช่างฝันสองคนในสายงานแอนิเมชั่นอย่าง อิซาโอะ ทาคาฮาตะ และฮายาโอะ มิยาซากิ ได้ก่อตั้งสตูดิโอที่มีชื่อว่า จิบลิ สตูดิโอ ขึ้นมา ซึ่งต่อมาสตูดิโอแห่งนี้กลายเป็นแหล่งกำเนิดหนังแอนิเมชั่นชื่อดังและมีสไตล์เฉพาะตัวหลายเรื่อง ชนิดที่ว่า หากฝั่งอเมริกามีพิกซ่าร์ สตูดิโอ ความภูมิใจของชาวเอเชียก็คงจะเป็นจิบลิ สตูดิโอแห่งนี้นี่แหล่ะ

  

          ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ผลงานแอนิเมชั่นเกือบ 20 เรื่องจากสตูดิโอนี้ เป็นผลงานที่สลับกันกำกับระหว่าง มิยาซากิ และ ทาคาฮาตะ แต่ถ้าหากจะพูดถึงงานของมิยาซากิเพียงอย่างเดียว แอนิเมชั่นเรื่องแรกของเขาหลังจากที่ตั้งจิบลิสตูดิโออย่างเป็นทางการก็คือ Laputa : Castle in the Sky(1986) ที่จะพาเราลอยขึ้นฟ้าเพื่อร่วมการผจญภัยในปราสาทกลางอวกาศกับเด็กหนุ่ม(แต่ก่อนหน้านี้ ผลงานแรกของเขาก็คือ แอนิเมชั่นของจอมโจรลูแปง Lupin III : The Castle of Cagliostro (1979))

 

          แม้ว่างานของเขาจะล้ำไปด้วยความคิดและจินตนาการเป็นอย่างมาก แต่งานชิ้นแรกที่ทำให้ทุกคนรู้จักกับมิยาซากิในวงกว้าง กลับเป็นงานที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นอย่าง "My Neighbor Totoro" (1988) ที่แม้ว่าจะรายได้ไม่เข้าเป้า แต่ความน่ารักของสองพี่น้องในเรื่องทำให้คนทุกคนตกหลุมรักหนังเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว(นับผมรวมไปคนหนึ่งด้วยครับ)

 

          ต่อมามิยาซากิก็ทำหนังแม่มดน้อยในวัยฝึกหัดเรื่อง Kiki's Delivery Service(1989) และเจ้าหมูนักล่าโจรสลัด Porco Rosso(1992) เรตติ้งดีพอสมควร แต่พอเขาหายไป 5 ปีแล้วกลับมาพร้อมกับ Princess Mononoke (1997) อันเป็นเรื่องราวพีเรียดปนแฟนตาซีในญี่ปุ่นสมัยโบราณ คราวนี้ดังเปรี้ยงปร้างในระดับสากล ได้รายได้ประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดอันดับ 5 ของหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของญี่ปุ่น

 

          แต่หากลากกราฟความสุดยอดแน่นอนว่ายังต้องลากขึ้นเรื่อยๆ เพราะงานชิ้นต่อมาอย่าง Spirited Away(2001) ได้ทั้งเงิน ทั้งกล่อง ในเรื่องเงิน หนังเรื่องนี้มีรายได้รวม ประมาณ 324 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดตลอดกาลของญี่ปุ่น ส่วนเรื่องกล่อง แอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์อย่างที่ว่าไปแล้ว

 

          ต่อมาก็เป็นเรื่อง Howl's Moving Castle (2004) และ Ponyo on the Cliff by the Sea (2008) สองเรื่องนี้ก็ติด 1 ใน 10 ของหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน(209 ล้านเหรียญฯ และ 164 ล้านเหรียญตามลำดับ)

 

          เหตุผลที่ทุกคนชวนชมหนังของมืยาซากิประการแรกก็คือ หนังของเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสีสันสวยงามชนิดไม่แพ้สตูดิโอแอนิเมชั่นใดในโลก แถมเนื้อหาดูล้ำแบบ exotic ที่พูดถึงประเด็นอย่าง ความดีความชั่ว สิ่งแวดล้อม(เขาคุยประเด็นนี้มาก่อนกระแสโลกร้อนอีก) การต่อต้านสงคราม การบิน การเมือง เฟมินิสต์ บริโภคนิยม และอีกมากมายที่คุณต้องไปตีความในงานของเขากันเอาเอง

 

          ดูไปดูมา ระวังติดงานจากมิยาซากิ และจิบลิสตูดิโอของเขาก็แล้วกัน

 

edit @ 14 Sep 2009 12:21:14 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

อยากดูทุกๆเรื่องเลย...question

#6 By น้ำผึ้ง (125.24.68.19) on 2011-01-07 19:35

ของจริงหายากอย่างแรงครับ

ความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของงานแต่ละชิ้นของเขา เป็นเรื่องที่เราคนไทยน่าจะเรียนรู้อะไรได้หลาย ๆ อย่างด้วยซ้ำ

#5 By aaax on 2010-05-31 21:00

สามในสี่รูปที่ขึ้นเป็น my favorites
Ghibli จงเจริญ

#4 By (58.8.200.8) on 2009-11-16 20:56

ได้ดู Ponyo แล้ว มีความรู้สึกเหมือนได้ดู The Little Mermaid ฉบับจิบลิ -- เรียบง่ายกว่า และน่ารักกว่า ฉบับเจ้าหญิง-เจ้าชายของดิสนีย์

#3 By ปั้น (203.114.106.60) on 2009-08-31 10:20

พ่อหนุ่ม Only Yesterday

#2 By 11 on 2009-08-28 01:01

เห็นด้วยว่าหาซื้อยากจริงๆ

Hot! Hot!

#1 By [PiNPiN] on 2009-08-27 17:41