***งานชิ้นนี้เขียนลงในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เป็นอีกงานเขียนที่เราเขียนแล้วรู้สึกดี กลับมาอ่านงานชิ้นนี้ครั้งใด เรารู้สึกว่า คุณค่าและความหมายบางอย่างในชีวิตที่เราคิดไว้ยังคงอยู่เช่นเดิม เลยอยากแบ่งปันเรื่องราวดีๆให้กับคนที่แวะมาอ่านงานชิ้นนี้ กับเรื่องราวของหนุ่มใหญ่คนหนึ่ง ผู้ค้นพบความฝันที่สวยงามในวัยเกษียณ ที่อาจจะปลุกให้หลายคน ตั้งคำถามกับตัวเองว่า การรู้จักตัวเองคืออะไร?

 

 

 

 

  

 

ไม่มีคำว่าสาย...ที่จะKnow Thyself (รู้จักตัวเอง)

 

 

        สองพันกว่าปีที่ผ่านมา ณ วิหารเดลฟี กรุงเอเธนส์ ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการทำนายเรื่องราวต่างๆโดยร่างทรงของเทพเจ้า... ที่หน้าประตูทางเข้าของวิหาร มีจารึกคำว่า"Know Thyself"แปลว่า "จงรู้จักตนเอง"ซึ่งเป็นปริศนาธรรมที่แม้แต่มหาปราชญ์อย่างโสเครตีส(470-399 ปีก่อนคริสตกาล) เมื่อเขาถูกร่างทรงในวิหารนี้ทักท้วงว่าฉลาดที่สุดในกรุงเอเธนส์ เขายังต้องตามหาเลยว่า แท้จริงแล้วตัวเขาเองมีความรู้มากแค่ไหน เขาจึงออกค้นหาตัวตนโดยผ่านการตั้งคำถามในเรื่องคุณค่าชีวิตในแบบต่างๆ(เช่น อะไรคือ ความดี ความจริง ความงาม ความรัก เป็นต้น)

 

          ปี พ.ศ.2550 ฉากเปลี่ยนจากกรุงเอเธนส์มาเป็นกรุงเทพฯ จากวิหารมาเป็นหอศิลป์ที่ม.ศิลปากร วิทยาเขตวังสนามจันทร์ ภาพเขียนจำนวน 40 ภาพจากงานนิทรรศการที่ชื่อ "ภาวะชีวิต(Metamorphorsis)" ผู้รังสรรค์งานชุดนี้คือ รศ.ฉันทิมา อ่องสุรักษ์ ผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง 60 รอบฤดูกาล ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ เขาเพิ่งจะ "รู้จักตัวเอง"ว่า รักที่จะทำงานศิลปะก็ในตอนช่วงอายุต้นๆ 50 ปีนี้เอง...นี่คือข้อพิสูจน์ว่า แม้กาลเวลาเปลี่ยนแต่ข้อขบคิด "จงรู้จักตัวเอง"ยังคงอยู่เสมอ

 

          หลายคนอาจจะสงสัยว่า หนุ่มใหญ่คนนี้ ชีวิตเป็นอย่างไรจึงเพิ่งรู้ตัวว่า ชีวิตนี้อยากทำอะไร?

 

          จากเด็กวัดที่เมืองปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ โชคดีมีโอกาสได้เรียนหนังสือในระดับอุดมศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อเรียนจบ อ.จึงสมัครเป็นอาจารย์ผู้ช่วยด้วยเหตุผลทางการเงิน...

 

          เส้นทางชีวิตของอ.เป็นไปตามเส้นทางทางวิชาการด้านการเมือง ในที่สุด เขาก็เป็นอาจารย์เต็มตัวที่คณะรัฐศาสตร์ แล้วไปเรียนป.โทที่ Virginia University และป.เอกที่ London School of Economic แม้ว่าจะก้าวหน้าในเชิงวิชาการ แต่ถ้าถามว่า อ.ได้ค้นพบสิ่งที่ตนรักหรือยัง? คำตอบคือ ยังไม่ชัดเจนนัก

 

          จนกระทั่ง 10 กว่าปีที่แล้ว อ.ได้รู้จักกับกลุ่มอาจารย์ที่คณะจิตรกรรมที่ม.ศิลปากร การคลุกคลีกับกลุ่มเพื่อนใหม่ บางครั้งมีการสังสรรค์กันตามสถานตากอากาศ มีวันหนึ่งที่ทำให้อ.รู้สึกฉงนใจมากก็คือ...

 

          ในตอนกลางคืนที่พากันดื่มหนักจนดึกดื่น แต่พอเช้ามาพวกอ.ที่เป็นศิลปินกลับมานั่งวาดรูปพระอาทิตย์ขึ้นอย่างกับว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ.จึงตั้งคำถามว่า "ศิลปะทำให้คนพวกนี้มีแรงขับเคลื่อนชีวิตถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"

 

          ความสงสัยนำไปสู่การหาคำตอบ...และจากความสงสัยนี้กลับกลายเป็นความชื่นชอบ อ.จึงอ่านหนังสือเกี่ยวกับศิลปะอย่างเอาตาย จนวันหนึ่งโอกาสของอ.เปิดกว้างขึ้น ด้วยความเอื้ออารีของอาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ อ.จึงได้มีโอกาสเข้ามาในรั้วศิลปากรในฐานะนักเรียนพิเศษในระดับปริญญาตรีร่วมกับเด็กนักเรียนร่วมรุ่น เมื่อตอนอายุต้น 50ปี! ต้องทำทุกอย่างเหมือนกับเพื่อนๆ เพราะเป็นลูกศิษย์ของที่นี่แต่พร้อมกันนั้นก็ยังทำหน้าที่เป็นอาจารยสอนหนังสือตามปกติ

 

          พื้นฐานทางศิลปะของอ.เท่ากับศูนย์ จึงต้องเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมดด้วยความถ่อมตน การเรียนของอ.จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเสมอว่างานที่ตนทำมันจะผ่านหรือเปล่า จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ถ้าคนระดับรองศาสตราจารย์จะสอบตก และอ.ก็เคยสอบตกจริงๆเพราะผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ทำให้อ.ต้องซ้ำชั้น แตในที่สุด อ.ใช้เวลา 5 ปีกว่าจะจบการศึกษา

 

           ในปีนี้เมื่ออ.เกษียณอายุราชการแล้ว อ.จึงเดินตามเส้นทางศิลปะที่อ.รักทันทีโดยไม่รั้งรอ

          ใครที่รู้สึกว่ายังไม่รู้จักตัวเอง ก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะไม่น้อยรายที่กว่าจะค้นพบคำว่า "ใช่" ให้กับตน ต้องใช้เวลาเดินทางในชีวิตพอสมควร เพราะฉะนั้น ก็ ค่อยๆค้นหากันไปด้วยสติและความสุข

 

          เพราะแม้แต่โสเครตีส สิ่งที่เขาค้นพบได้ภายหลังเป็นเพียงประโยคสั้นๆที่ว่า "สิ่งที่ฉันรู้ก็คือ ฉันไม่รู้อะไรเลย"(I know that I know nothing)

 

 

edit @ 16 Sep 2009 12:23:36 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

ขอขอบคุณอีกครั้ง เขียนดีมีลีลาชวนติดตาม หวังว่ายังอยู่ในวงการนักเขียน - ฉันทิมา

#2 By chantima (115.67.7.227) on 2013-07-27 08:32

ชอบอ่ะ โดนมาก กะชีวิตข่วงนี้

#1 By น้องปอย (202.149.101.72) on 2009-09-24 08:26