ครัวหรรษา จากปลาร้าถึงวาซาบิ

 

 

          ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ คำ ผกา หรือ ฮิมิโตะ ณ เกียวโต คอลัมนิสต์ปากคอเราะร้ายและแสนจะคมกริบ แต่ก็ชื่นชอบที่จะตามอ่านงานของเธอประจำ อย่างเช่น จดหมายจากเกียวโต กระทู้ดอกทอง หรือบทความที่ลงในมติชนสุดสัปดาห์เป็นประจำ เพราะอ่านทีไรนอกจากจะเปิดมุมมองบางมุมมองที่บ้านเราไม่ค่อยพูดกัน(แต่เธอเลือกอย่างพูดได้มีประเด็น) รสภาษาของเธอ ทำให้ผมนึกจินตนาการว่าเธอคนนี้น่าจะมีบุคลิกอย่างเพลง "Sexy Naughty Bitchy" ของทาทา ยัง ผสมกับเพลง "Play Girl" ของซ่า อมารมณ์ ส้ม อมารา โดยเฉพาะท่อนที่ว่า "ชอบเฮฮา แต่ไม่บ้าผู้ชาย" ได้อย่างลงตัว

 

          ไม่ต้องมีปราชญ์ที่ไหนมาโปรยคำคมสอนก็เข้าใจได้ว่า อย่าตัดสินคนเพียงแค่เห็นบางมุมของเขา เพราะผมเพิ่งได้มีโอกาสชิม เอ๊ย! อ่านงานชิ้นใหม่ของคุณฮิมิโตะในหนังสือ "ครัวหรรษา จากปลาร้าถึงวาซาบิ"(สนพ.มติชน) ทำให้ผมเห็นอีกมุมมองหนึ่งของเธอที่เล่าเรื่องราวของ คนต่างแดน และ อาหาร อันเป็นเสน่ห์ปลายจวักของเธอ(แม้ว่าเธอจะพยายามบอกว่าเธอเป็นแม่ครัวที่ไม่เก่งกาจเท่าไหร่ก็ตาม)

 

          ในหนังสือเล่มนี้ ฮิมิโตะจังได้เล่าถึงประสบการณ์ 2 ช่วงเวลาที่เธอไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ช่วงแรก เธอไปที่นั่นในฐานะนักเรียนทุน และช่วงต่อมาเธอกลับไปอีกครั้งในฐานะแม่ครัวหัวป่าก์ อ่านดูแล้ว หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ใช่หนังสือฮาวทูการเอาตัวรอดในต่างแดน (แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม) แต่ใจความหลักที่ผมสดับได้ก็คือ การบอกเล่ามุมมองชีวิตของเธอผ่านอาหารที่เธอต้องทำและทานทุกวันในดินแดนญี่ปุ่นแห่งนั้น

 

          หนังสือความยาวสองร้อยกว่าหน้านี้ หยิบมาอ่านครั้งเดียวทำไทร์เบรกอ่านทั้งเล่มจบได้เลย เพราะของเขาสนุกจริง แต่สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดในเรื่องเล่าของเธอก็คือ ช่วงที่เธอกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้งในฐานะแม่ครัวประจำร้าน "ช้างน้อย" ทำให้ผมได้เห็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางอาหารของคนสองชาติได้อย่างน่าสนใจแถมหยิกแกมหยอก อย่างเช่น

 

          ชานมไทย ที่ฮิมิโตะเล่าให้ฟังว่า แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะเติบโตมากับวัฒนธรรมการดื่มชา แต่พอเห็นชาบ้านเรา เขาบอกรสชาติของชาสีส้มแปร๊ดนี้ไม่ถูกหรอกว่า อร่อยหรือไม่อร่อย รู้แต่ว่าแปลกและไทยๆดี เลยสั่งมาดื่ม ส่วนเจ้าของร้านอาหารก็รับทรัพย์ไป

 

          คนญี่ปุ่นชอบทานมะม่วงมาก ไม่ต้องมาเป็นลูกก็ได้ แม้แต่กลิ่นจากไอศกรีมก็ยังฮิตติดตลาด จนอยากให้มาบ้านเราในหน้ามะม่วงสุกเสียจริง

 

          ลูกค้าญี่ปุ่นโดยทั่วไปจะเป็นลูกค้าที่ว่านอนสอนง่าย เมนูมีอย่างไรก็สั่งอย่างนั้น ผิดกับพี่ไทย แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านเดียวเราก็ครีเอตออร์เดอร์อาหารไปร้อยแปดชนิดแล้ว... ฯลฯ

 

          ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่น่าสนุก อย่างเช่น ฮิมิโตะชวนนินทาคนโน้นคนนี้ ชีวิตนักศึกษาต่างแดน การบริหารร้านอาหารที่แสนยุ่งยาก แถมมีสูตรอาหารให้ลองไปทำในครัวเสียด้วย ต้องลองอ่านดู

 

          อ่านรสภาษาของเธอแล้วอยากชิมรสมือของเธอแล้วล่ะซิ นี่ถ้าวิทยาการสมัยใหม่ทำให้หนังสือสามารถสร้างรสชาติตามเรื่องที่เล่าได้ ผมคงต้องอ่านหนังสือไป พร้อมกับเลียหนังสือไปแล้วล่ะ(ฮา)

 

Comment

Comment:

Tweet

เห็นเพื่อนว่า มะม่วงที่นั่นโลละเป็นร้อยเป็นพันเลยนะครับ confused smile confused smile confused smile confused smile
แต่ยังไงชาวญี่ปุ่นก็ชอบมะม่าวงอยู้่ดี

ส่วนผมถ้ามีโอกาส คงอยากกินปีแป่บ้านเค้าบ้างล่ะครับ confused smile

#1 By 梁爽尉 on 2009-10-17 12:20