มังกรผงาดในงานหนังสือแฟรงค์เฟิร์ต

 

 

          ในขณะที่บ้านเรามีงานมหกรรมหนังสือระดับชาติในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาที่บรรดาหนอนหนังสือมัวแต่สาละวนดีดลูกคิดว่า หนังสือเล่มไหนจะลดราคามากกว่ากัน เล่มไหนคนเขาแห่กันไปซื้ออ่าน จนละเลยในเรื่องการพิจารณาหนังสือ ดี(คนละอย่างกับหนังสือ ขายดี) ส่วนทางฝั่งคนจัดก็พยายามที่จะกระตุ้นให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติเพื่อแก้หน้าคำปรามาสที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด บ้างก็ว่า วันละ 39 นาที บ้างก็ว่าปีละ 2 เล่ม หรือบางที่ก็บอกว่าปีละ 5 เล่ม (เอ...จะเชื่อใครดี)

 

          ว่าไป มองออกไปนอกบ้านเรา วงการหนังสือในประเทศจีนไปไกลกว่านั้น เพราะช่วงเดียวกันนั้นเอง ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เขาจัดงานมหรรมกรรมหนังสือแฟรงก์เฟิร์ตขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นงานมหกรรมหนังสือที่ใหญ่ระดับต้นๆของโลก โดยในงานนี้แต่ละปีเขาจะเลือกประเทศใดประเทศหนึ่งมาเป็นแขกผู้มีเกียรติเพื่อจัดงาน International book Exhibition เป็นส่วนประกอบหนึ่งของงานหนังสือแฟรงก์เฟิร์ต

 

          ประเทศที่ได้รับโอกาสนี้ คือประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสาม นั่นคือ มังกรเอเชีย ประเทศจีน นั่นเอง โดยที่จีนใช้ชื่อนิทรรศการนี้ว่า "Tradition and Innovation," ภายในงาน นอกจากจะมีการนำหนังสือหนังสือของจีนมานำเสนอแล้ว ยังมีงานนิทรรศกาลทางวัฒธรรม(เน้นไปที่การพิมพ์หนังสือที่มีมาตั้งแต่หลายพันปีที่แล้ว) ประวัติศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ของคนจีนในทุกวันนี้มาให้ชมอีกด้วย

 

          การจัดงานตรงนี้ ใช่ว่าจะเป็นเพียงน้ำจิ้มให้กับงานใหญ่เท่านั้น เพราะตลอดระยะเวลาที่จัดงาน 6 วัน (13-18 ต.ค.) ฟีดแบ๊กต่องานนิทรรศกาลของจีนดีมากๆ หากจะมองแค่ปริมาณ ก็รูปหล่อดูดีกันแล้ว เพราะงานนี้มีนักประพันธ์และนักวิชาการจากจีนเข้าร่วมงานถึง 150 คน ศิลปิน 300 คน และสำนักพิมพ์ 700 สำนักพิมพ์ ขนงานและหนังสือเข้าไปปล่อยของในดินแดนเยอรมัน แถมในงานนี้หนังสือของจีน ขายได้ถึง 10,000 หัวเรื่อง ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดในการส่งออกหนังสือของจีนเลยทีเดียว

          มองไปที่ คุณภาพ ในมุมของนักเขียน นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้มาเปิดหูเปิดตาในโลกหนังสือต่างแดน นักเขียนจีนหลายคนก็ถือโอกาสไปคารวะ โยฮันน์ โวล์ฟกัง เกอเธ่ นักเขียนอมตะของเยอรมนี ในหมู่บ้านที่เขาอยู่เมื่อครั้งยังมีชีวิต

 

          สำนักพิมพ์หลายสำนักพิมพ์ก็ได้ถือโอกาสหาลู่ทางทำธุรกิจ อย่างเช่น สนพ.ฟีนิกซ์ ที่ตกลงร่วมลงทุนกับ สนพ.ทางฝั่งฝรั่งเศส ที่ชื่อ Le Groupe Hachette Livre เพื่อการนำหนังสือภาษาจีนแปลเป็นฝรั่งเศส และการนำหนังสือของฝรั่งเศสมาแปลเป็นจีน

 

          โอกาสดีๆอย่างนี้ จีนคว้าอยู่มืออย่างน่าชม แล้วในบ้านเราที่กำลังบูมในเรื่อง Creative Economy ได้ขยับมาดูตลาดหนังสือของเราบ้างหรือยังเอ่ย?

 

 

 

edit @ 22 Oct 2009 10:02:43 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet