The Merchants of Bollywood

ถึงวันที่บอลลีวูดหยุดเชย ?

 

 

 

          พูดถึงวงการหนังและการเต้นของอินเดีย อคติที่ฝังหัวมาก็จะนึกถึงแต่เรื่องราวเชย ๆ ในยามที่เมียงมองมาที่แวดวงบอลลีวูด ณ เมืองมุมไบ เมืองอุตสาหกรรมหนังที่ผลิตหนังเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก ชนิดที่ฮอลลีวูดยังยอมแพ้ เพราะเขาผลิตผลงานออกมามากกว่า 800 เรื่องต่อปี และจำหน่ายตั๋วชมภาพยนตร์ได้วันละ 15 ล้านใบ

 

          เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ทำให้บางทีไม่อยากดูหนังเพลงของอินเดียเลย เพราะเอะอะก็จะพากันวิ่งข้ามภูเขา จนไม่แน่ว่าหนังชุดคลาสสิกบ้านเราอย่างบ้านผีปอบ อาจจะเอาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินเรื่อง...วิ่งหนีผีปอบ

 

          แต่ตอนนี้บอกได้เลยว่า ใครที่ว่าความเป็นอินเดียเชย ต้องส่องกระจกกลับไปดูแล้วว่า คนพูดเชยมากกว่าหรือเปล่า ?

 

          เพราะบอลลีวูดเขา "พัฒนา" แล้ว...

 

          หากใครติดตามความบันเทิงกลิ่นมะตะบะโรตีมาเรื่อย ๆ (เอาเฉพาะที่บ้านเรารู้จัก) จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทางชมพูทวีปพยายามที่จะส่งออกงานเชิงวัฒนธรรมให้เรารู้จักกันหนาหูขึ้น อย่างตอนต้นปี ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ ยังต้องส่งมอบให้หนังกระแสแรงของผู้กำกับ แดนนี่ บอยล์ อย่าง Slumdog Millionare ที่เล่าถึงความเป็นอินเดียอย่างสุขทุกข์แสบสัน

 

          หรือช่วงเดือนที่แล้วก็มีเทศกาลภาพยนตร์ Bollywood Film Festival ครั้งแรกในประเทศไทย หนังอิมพอร์ตของอินเดียส่วนใหญ่ก็ยังยึดถือขนบการเล่าเรื่องแนวบ้านเมืองเขาอยู่ (โดยที่มี ชารุกห์ ข่าน เป็นพระเอกอมตะ) แต่กระนั้นก็ยังมีหนังหลาย ๆ เรื่องที่ดูแล้วไม่เชย อย่างเช่น หนังว่าด้วยดนตรีร็อกกับวัยรุ่นอินเดีย อย่าง Rock On

 

          หรือที่เพิ่งสร้างความฮือฮาในบ้านเราเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ได้แก่ แดนซ์มิวสิเคิลสุดอลังการ The Merchants of Bollywood

 

          The Merchants of Bollywood นี้ เป็นแดนซ์มิวสิเคิลสุดอลังการที่สร้างจากเรื่องจริงของตระกูลนักออกแบบท่าเต้นที่โด่งดังที่สุดในบอลลีวูด ผู้ผสมผสานระหว่างการเต้นแนวใหม่แบบตะวันตกและวัฒนธรรมการเต้นแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว (หนึ่งในนั้นคือผู้ที่ออกแบบท่าเต้น ดูม ดูม ให้กับทาทา ยัง) การแสดงชุดนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยทีมงานระดับหัวกะทิจากบอลลีวูด ไม่ว่าจะเป็น ไวภาวี เมอร์แชนท์ (Vaibhavi Merchant) นักออกแบบท่าเต้นที่ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากและคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย ซาลิมและสุไลมาน เมอร์แชนท์ นักแต่งเพลงสองพี่น้อง ที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในวงการบอลลีวูด 

 

          งานนี้เขียนและกำกับโดย โทบี กัฟ (Toby Gough) ผู้กำกับชื่อดังที่ผ่านการกำกับงานรูปแบบต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก รวมทั้งเรื่อง The Tempest ของเชคสเปียร์ ที่แสดงโดยไคลี่ มิโน้ค ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง

 

          ส่วนเรื่องราวย่อ ๆ นั้นเริ่มต้นขึ้นตรงที่ วิหารอันศักดิ์สิทธิ์แห่งพระศิวะ ในราชสถานดินแดนแห่งทะเลทรายในประเทศอินเดีย มีตระกูลวานิชได้รับหน้าที่เป็นผู้สืบทอดประเพณีอันเก่าแก่ นั่นคือ ระบำกัตทัก (Kathak Dance) หรือระบำแห่งเทพเจ้า โดย ชานติลาล วานิช เป็นทายาทผู้สืบทอดคนสุดท้ายของตระกูลที่อยู่ในช่วงเวลาที่ประเพณีนี้กำลังจะถูกลืม หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องราวตามมามากมายผสมผสานกับการเต้นอันตื่นตาเร้าใจ และสนุกมาก จนนอกจากจะเป็นที่พูดถึงในบ้านเราแล้ว ละครเพลงเรื่องนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างงดงามในออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, สเปน, อังกฤษ, อิตาลี, เซาท์แอฟริกา รวมทั้งในเอเชีย

 

          เราเป็นคนหนึ่งที่ได้ดูละครเพลงนี้ ใจหนึ่งขอปรบมือกับความสำเร็จในการส่งออกวัฒนธรรมอินเดีย แต่อีกใจหนึ่งเกิดคำถามตัวเป้งว่า ตกลงความ "ไม่เชย" เนี่ย มันคือการที่ต้องใช้สไตล์ตามแบบตะวันตกใช่ไหม ?

 

          แล้วตกลงการกลับคืนสู่รากของวัฒนธรรมตัวเอง กับการก้าวพ้นสู่ตะวันตก เรา (ไม่ใช่เฉพาะอินเดีย แต่รวมถึงประเทศที่อิมพอร์ตวัฒนธรรมอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือบ้านเราด้วย) จะก้าวไปทางไหนดี ?

 

          ผมตัวเล็กเกินกว่าที่จะตอบคำถามนี้ได้...

 

edit @ 26 Oct 2009 10:32:53 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet