ราคาของ "ชื่อ"...บนหน้าปกหนังสือ Dan Brown และปริศนาของคำว่า"อุไม่"ของฟูจิ

 

          หากจะตั้งชื่องานเขียนว่า "ชื่อนั้นสำคัญไฉน?" ก็คงจะกลายเป็นชื่อที่แสนจะโหลมากๆ ซ้ำยังจะมาพร้อมกับคำตอบที่ยังไงก็ต้องตอบว่า "สำคัญ" เพราะความสำคัญของชื่ออยู่รายรอบตัวเรามากมาย แค่มองไปที่ "ชื่อ" ของเราเองก็มีเรื่องราวมากมายที่ต้องทำกันแล้ว หากมีใครมาทักว่า ชื่อของเรามีตัวอักษรที่ไม่เป็นมงคล

 

          เอาล่ะ ยอมรับแล้วว่า ชื่อนั้นมีความสำคัญแน่ๆ แต่ที่ชวนให้คิดกันไปไกลก็คือก็คือ ชื่อแต่ละชื่อ ต่างก็มีราคา  แถมชื่อบางชื่อ ยังมีราคาทางด้านเศรษฐกิจที่สูงมากๆ

 

          ไปเจอเรื่องชวนคิด 2 เรื่อง ที่ทำให้นึกถึงเรื่องราคาของ "ชื่อ" มาน่ะ เลยอยากแลกเปลี่ยนความคิดกับคุณผู้อ่านสักหน่อย

          เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ผมสังเกตเห็นในร้านหนังสือภาษาอังกฤษในช่วงนี้ ทั้งคิโนะคุนิยะ และร้านเอเชียบุ๊คส์ สาขาต่างๆ จะเห็นว่า หน้าร้านหนังสือเหล่านี้จะวางหนังสือเล่มหนังอยู่เต็มไปหมด คาดว่าจะเป็นหนังสือขายดีของร้าน

 

          หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า Lost Symbol...

 

          ยังไม่ต้องพลิกอ่านหนังสือเล่มหนา 500 หน้าเล่มนี้ ก็พอจะรู้ว่า เนื้อหาของหนังสือคือนิยายสืบสวนสอบสวนที่มีประเด็นทางด้านประวัติศาสตร์แน่นอน

 

          เหตุผลก็เพราะว่า ชื่อคนเขียนที่อยู่บนหนังสือซึ่งมีขนาดใหญ่พอกันกับชื่อของหนังสือ(การใช้ชื่อนักเขียนชื่อดังตัวโตๆ บนหน้าหนังสือ เป็นเรื่องปกติของกลยุทธ์ทางการตลาด ที่เราจะเห็นกันได้บ่อยๆ)

 

          เขาผู้นั้นก็คือ Dan Brown นักเขียนระดับเบสต์เซลเลอร์ที่มีผลงานขายดีแบบบเป็นเศรษฐีไม่รู้ตัว อย่างเช่น Angel and Demon และ the Da Vinci Code ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรียบร้อยแล้ว

 

          บุญเก่าในงานเขียนของ Dan Brown ทำให้สาวกหนังสือแห่พร้อมใจกันซื้อหนังสือของเขาโดยที่ไม่จำเป็นต้องรอนักวิจารณ์มาฟันธงว่าหนังสือดีหรือไม่ เพราะคุณภาพหนังสือของเขาถูกรับรองจาก "ชื่อ" ของเขาที่อยู่บนหน้าปกหนังสือเรียบร้อยแล้ว

 

          แล้วราคาของชื่อ Dan Brown ที่ปรากฏจากการขายหนังสือเล่มใหม่นี้เป็นอย่างไร?

 

          หนังสือเล่มนี้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในโลกหนังสือวรรณกรรมของผู้ใหญ่(แน่นอนว่า หากนับรวมวรรณกรรมเยาวชนไปด้วย อาจจะยังด้อยกว่าพ่อมดน้อย แฮร์รี่ พอตเตอร์) ไล่มาตั้งแต่การเป็นหนังสือที่พิมพ์ครั้งแรกด้วยจำนวนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง Random House's ด้วยจำนวนการพิมพ์ออกมาถึง 6.5 ล้านเล่ม และหลังจากวางแผงวันแรกในวันที่ 15 กันยายน ก็สร้างสถิติใหม่กลายเป็นวรรณกรรมของผู้ใหญ่ที่ขายได้เร็วที่สุดในวันแรก เพราะเขาขายได้ถึง 1 ล้านเล่ม! แถมยังครองอันดับหนังสือขายดีอันดับหนึ่งในแหล่งซื้อขายหนังสือดังๆ ซึ่งไล่เรียงไปตั้งแต่เว็บไซต์ขายหนังสืออย่าง Amazon.com, ยอดการโหลดหนังสืออิเล็กโทรนิกส์มาอ่านในเครื่องอ่านหนังสือ Amazon Kindle หรือร้านหนังสือค้าปลีกดังๆอย่าง  Barnes & Noble และ Waterstone's ก็ยังต้องวางหนังสือเล่มนี้เป็นแชมป์หนังสือขายดีทั้งสิ้น

 

          ผ่านไป 10 วัน นับจากวางแผง หนังสือเล่มนี้ก็ขึ้นอันดับหนึ่งของ New York Times Best Seller ในที่สุด

 

          นี่ล่ะ คือราคาของชื่อ Dan Brown

 

          ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ก็ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากตลาดหนังสือมาเป็นเรื่องอาหารกัน

          "ชื่อ" บางชื่อที่หยิบยกมาใช้ อาจจะส่งผลทางด้าน Brand Awareness ที่แสนจะราคาสูงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

          จุดเริ่มต้นของความคิดนี้ก็คือ ผมดูโฆษณาของร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิ แล้วเห็นสาวญี่ปุ่นในร้านฟูจิต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันเมื่อได้ชิมอาหารอร่อยๆว่า "อุไม่" ซึ่งแปลว่าอร่อย

 

          คำว่า อุไม่(อร่อย) นั้นมาจากคำนามที่ว่า อูมามิ ซึ่งถือว่าเป็นรสชาติพื้นฐานของอาหารญี่ปุ่นที่มีรสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม ขม และอูมามิ(ความอร่อย)

 

          แต่ที่น่าคิดก็คือ ทำไมทางฟูจิจึงเลือกใช้คำว่า "อุไม่" ทั้งที่ยังมีภาษาญี่ปุ่นอีกคำหนึ่งซึ่งแปลว่า อร่อย เช่นเดียวกัน

 

          คำนั้นคือคำว่า "โออิชิ"...

 

          ซึ่งคนไทยคุ้นเคยกันดีจากโฆษณาของโออิชิที่พาเราไปบุกตลาดปลาสึกิจิที่กรุงโตเกียว แล้วได้ยินคนญี่ปุ่นพูดออกมาหลังจากที่ได้ทานอาหารญี่ปุ่นว่า..."โออิชิ"

 

          คำนี้เป็นการเน้นย้ำแบรนด์ของร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนี้ได้อย่างทรงพลังมาก

 

          ผมในฐานะคนตรงกลางที่เข้าร้านอาหารทั้งสองร้านในจำนวนครั้งที่ใกล้เคียงกัน จึงสนใจว่า ต่อไปคนไทยจะเรียกคำว่าอร่อยในภาษาญี่ปุ่นอย่างไรดี ระหว่าง "อุไม่" กับ "โออิชิ"

 

          เป็นเรื่องที่น่าคิดครับ

 

          เมื่อย้อนกลับมามองที่ตัวเรา ผมว่า "ชื่อ" ของเรา ต่างมีราคาอยู่ในตัวทั้งนั้น และเราสามารถเพิ่ม/ลดราคาของ "ชื่อ" เราได้จากอัตราแลกเปลี่ยนที่สังคมเขามองเรา

 

          แต่ก่อนที่เราจะเพิ่ม "ราคา" ให้กับตัวเอง เรามาลองเพิ่ม "คุณค่า" ภายในตัวในตัวก่อนดีไหม

 

          มิเช่นนั้น เราจะกลายเป็นคนมี "ราคา" แต่ไร้ "คุณค่า"ไปเสียก่อน

 

edit @ 6 Nov 2009 17:58:09 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot!

ดีครับ

#7 By โลกมืด on 2009-11-07 15:03

บรรทัดสุดท้ายแอบคมdouble wink

Hot! Hot! Hot!

#6 By iMagaZiin3+ on 2009-11-07 00:02

Hot! อุไม่~~~

#5 By undenty on 2009-11-06 18:21

ผมนึกว่า "อุไม่" หมายถึงอุทานตอนเห็นใบเสร็จค่าอาหารซะอีกopen-mounthed smile

#4 By เคนหนี้ on 2009-11-06 17:56

Hot!

เห็นคำว่าแดน บราวน์เลยรีบคลิกมาอ่านค่ะ แหะๆ
หนังสือหลายเล่มทีเดียวที่เอาชื่อนักเขียนมาแปะแบบใหญ่มากก ถ้านักเขียนดังก็หยิบมาก่อนเลย ไม่ต้องคิดจริงๆอะค่ะ 555

โฆษณาฟูจิยังไม่เห็นเลย สงสัยไม่ค่อยได้ดูทีวี แต่ถ้าเป็นหนู.. หนูจะเรียกว่าโออิชิต่อไป เพราะมันน่ารักกว่า 555

#3 By HeDw!g on 2009-11-06 17:56

ค่ะbig smile

#2 By ◆404found_ on 2009-11-06 17:53

เขียนได้น่าสนใจจริงๆ ครับ confused smile