เมืองไทย อาจจะเป็นประเทศที่มีเทศกาลหนังจำนวนมากที่สุดในโลก

 

   

 

          พอทันทีที่เห็นหัวเรื่อง อย่าเพิ่งตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่จริงนะครับ ผมชวนคุยแบบหยิกแกมหยอกเฉยๆ เพราะเห็นว่าในบ้านเราจัดเทศกาลหนังกันเยอะมาก อย่างเช่น เทศกาลหนังอินเดีย เทศกาลหนังตลก เทศกาลหนังแอนิเมชั่น เทศกาลหนังฝรั่งเศส เทศกาลหนังอิตาเลียน เทศกาลหนังญี่ปุ่น เทศกาลหนังที่ปาย เทศกาลหนังที่ภูเก็ต เทศกาลหนังกรุงเทพ และอีกมากมายที่นึกไม่ออกบอกไม่บอก

 

          แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือ การมีจำนวนเทศกาลหนังมากๆไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพของเทศกาลเสมอไป

 

          ที่เห็นได้ชัดก็อย่างเช่น งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ(Bangkok International Film Festival) ครั้งที่ผ่านมาที่ค่อนข้างน่าผิดหวังหากเทียบกับปีก่อนหน้านี้ที่ขนหนังคุณภาพให้เราได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม(อันที่จริง สัญญาณของ "คุณภาพของเทศกาลหนัง" ของงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เริ่มลดลงมาตั้งแต่ปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด)

 

          จะด้วยเรื่อง งบประมาณ ระบบการจัดการ หรือการถอยออกมาของก ททท.(ผู้ร่วมจัดเทศกาล)ก็แล้วแต่ ก็ขอฝากโจทย์ผ่านไปยังสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติไปแล้วกันว่า ทำอย่างไรให้เทศกาลหนังบ้านเรามีคุณภาพมากกว่านี้  เพื่อการจัดงานที่ดีกว่านี้ในปีหน้าด้วยครับ

 

          ขอยืมคำพูดของไมเคิล แจ๊คสัน ในภาพยนตร์เรื่อง "This is it" ในตอนที่เขาถกเถียงกับทีมงานในการซ้อมคอนเสิร์ต มาใช้ตรงนี้ก็แล้วกันว่า

 

          "ผมติเพราะรักครับ"

 

          ไหนๆก็พูดถึงเรื่องเทศหนังแล้ว ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ก็มีเทศกาลหนังที่น่าสนใจมาพร้อมกันถึง 2 เทศกาลเลยทีเดียว

 

          เทศกาลแรก อาจจะบอกเล่าช้าไปบ้างแต่ก็ยังพอจะได้กลิ่นอายของงานอยู่ นั่นคือ เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7(The 7th World Film Festival of Bangkok) ซึ่งแม้ว่าชื่องานจะละม้ายกับงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ และจัดเป็นประจำในทุกปี แต่แนวทางการจัดหนังและการเลือกหนังแตกต่างกันในระดับหนึ่ง ซึ่งหากอธิบายหยาบๆแนวทางของการเลือกหนังของเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ คงจะออกไปทางอิ้นดี้มากกว่านิดนึงมั้ง

 

          จากที่เคยจัดที่แกรนด์ อีจีวี หรือเอสพลานาด ซีนีเพล๊กซ์ มาในปีนี้ ทางเทศกาลได้ขยับเข้ามาที่โรงใหญ่ย่านดาวน์ทาวน์อย่าง โรงหนังพารากอน ซีนีเพล็กซ์ ระหว่างวันที่ 7-15 พ.ย. 2552 แถมด้วยหนังอีกจำนวน 72 เรื่อง...แสดงว่ารอบนี้เขาเอาจริง

 

          หนังเด่นๆที่เป็นพระเอกในงานนี้ก็อย่างเช่น หนังไทยเรื่อง"เจ้านกกระจอก" เป็นหนังเปิดเทศกาล  โดยเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ผู้กำกับหญิงหนึ่งเดียวของไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองปูซาน 2009 ประเทศเกาหลีใต้

 

          หรืออย่างเช่น หนังเรื่อง To Die Like A Man จากโปรตุเกส ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้   Zift ฟิล์มนัวร์เรื่องดัง ตัวแทนออสการ์จากประเทศบัลแกเรีย   Gulabi Talkies ภาพยนตร์ ดราม่า-คอมเมดี้จากอินเดีย ที่ผสมผสานเรื่องราวความขัดแย้งและความอบอุ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว The Wind and The Water ภาพยนตร์จากประเทศปามานา ซึ่งผู้ชมชาวไทยน้อยคนมีโอกาสได้ชม และ Home จากสวิตเซอร์แลนด์ที่กวาดรางวัลจากหลากหลายเวทีทั่วโลก

 

          ส่วนอีกงานหนึ่ง คราวนี้ย้ายมาฝั่งเอสเอฟเวิร์ลด์ ซีนีม่า ที่เซ็นทรัลเวิร์ลดกันบ้าง ทางเอสเอฟเขาจับมือกับสถานฑูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปฯ จัดเทศกาลภาพยนตร์ยุโรปฯ ครั้งที่ 18 (European Union Film Festival) โดยคัด 23 สุดยอดหนังดี มีคุณภาพ เพื่อแฟนหนังชาวไทย ระหว่างวันที่ 19-29 พ.ย. 2552 อย่างเช่น ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Linnaeus Experience จากประเทศสวีเดน ที่ขอเกาะติดกระแสสังคมอย่างปัญหาภาวะโลกร้อน เพื่อให้ผู้ชมทุกคนได้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน ส่วนเรื่องอื่นๆดูข้อมูลได้ที่ www.sfcinemacity.com และ www.deltha.ec.europa.eu

 

          ขอเอาใจช่วยให้เทศกาลทั้งสองนี้ มีหนังสนุกให้ดู เป็นเทศกาลที่มีคุณภาพ เพื่อประโยชน์สุขของคนดูโดยถ้วนทั่วกัน สาธุ!

 

 

 

 

edit @ 11 Nov 2009 11:27:43 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

เสียดายอยู่ต่างจังหวัดค่ะ
ไม่เคยได้ไปดูกะเขาเลย
...sad smile

#1 By แม่นางน้อย on 2009-11-11 11:32