ชีวิตต้องการ "จุดเปลี่ยน"...

ไอน์สไตน์, เอดิสัน, มาร์ค ทเวน, บิล เกตต์ และเอ็มดีโนเบิล

 

 

          อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ชื่อดัง เจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพ เมื่อวัยเด็ก กว่าที่เขาจะพูดได้ก็ปาเข้าไปอายุ 4 ขวบแล้ว แถมยังเคยสอบตกเอ็นทรานซ์เข้าโรงเรียนโพลีเทคนิคชั้นเลิศของสวิตเซอร์แลนด์ในครั้งแรกด้วย แต่ในปัจจุบัน เรารู้จักเขาในฐานะอัจฉริยะผู้หนึ่งของโลก

          โธมัส อัลวา เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกันที่มีผลงานสิ่งประดิษฐ์นับพันชิ้น หนึ่งในนั้นก็คือ หลอดไฟฟ้า แม้ว่าเขาจะฉลาดมาแต่เกิด แต่เขากลับถูกอาจารย์ในยุคนั้นที่มีการสอนแบบเคร่งครัด ตัดสินว่าเขาโง่ จนคุณแม่ของเอดิสันตัดสินใจสอนหนังสือให้เอดิสันเองที่บ้าน

 

          มาร์ค ทเวน นักเขียนชื่อดังที่เขียนวรรณกรรมอมตะอย่าง "ทอม ซอว์เยอร์" หรือ "ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์" สมัยเรียนหนังอยู่ เขาเกลียดการเรียนหนังสือในระดับที่ ยอมแกล้งตายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน

 

          บิล เกตต์ มหาเศรษฐีผู้สร้างตำนานให้ไมโครซอฟต์ ครั้งหนึ่งเคยสอบได้คะแนนคณิตศาสตร์ 800 คะแนนเต็มในการสอบ SATs ของอเมริกา จนเข้ามหาวิทยาลัยดังอย่างฮาร์วาร์ดได้ แต่ด้วยความที่เขาคร่ำเคร่งกับโลกของคอมพิวเตอร์อย่างสุดชีวิต จนทำให้เขาเลือกที่จะโบกมือออกจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้วเลือกเดินตามเส้นทางที่เขาฝัน

 

          พอมานั่งอ่านชีวประวัติของบุคคลผู้ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่เราเห็นก็คือ เส้นทางที่พวกเขาเดินนั้น ใช่ว่าจะเป็นกราฟเส้นตรงแน่วไปสู่เป้าประสงค์เลยเสมอไป บางคนชีวิตต้องวิ่งเข้าตรอกเข้าซอยก่อนที่จะถึงเส้นทางหลัก

 

          แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า คนเหล่านี้มีร่วมกันก็คือ "จุดเปลี่ยน" ของชีวิตที่เป็นแรงบันดาลให้พวกเขามุ่งมั่นทำในสิ่งที่พวกเขามุ่งหวัง ถ้าใช้ศัพท์แสงทางภาพยนตร์ ก่อนจะเด่นดัง พวกเขาต้องประสบภาวะที่เรียกว่า Coming of Age หรือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อีกวัยหนึ่ง ที่เข้าใจตัวเองมากขึ้น ว่าชีวิตต้องการอะไร?

 

          อีกคนหนึ่งที่ทำให้ผมฉุกคิดในประเด็นเรื่อง "จุดเปลี่ยน" ของชีวิตก็คือ ธงชัย บุศราพันธ์ เอ็มดีของบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)

 

          โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่โนเบิ้ลทำแต่ละโครงการ ล้วนเป็นที่หอมหวลดึงดูดใจผู้ซื้อได้เป็นอย่างมาก อย่างเช่น โครงการ โนเบิล รีไฟน์ ที่เปิดตัวมาแป้บเดียว ยอดจองก็ล้นหลามแล้ว

 

          ความสำเร็จนี้ ส่วนหนึ่งต้องเครดิตกับเอ็มดี "คนเก่ง" คนนี้

 

          ก่อนที่จะเป็น "คนเก่ง" ได้ ธงชัยบอกว่า ต้องขอบคุณ "คำดูหมิ่น" ของบราเทอร์ที่โรงเรียนอัสสัมชัน ที่เขาไม่มีวันลืมได้เลย

 

          "ลูกคุณหัวไม่ดี เรียนไปก็เอ็นทรานซ์ไม่ติด อย่าไปเอ็นทรานซ์เลย ไปเรียนสายอาชีพดีกว่า" บราเทอร์พูดกับแม่ของธงชัยในวันที่เขาโดนไล่ออกจาก

 

          ที่มาที่ทำให้ถูกปรามาสเช่นนี้ก็เพราะว่า ในวัยเด็ก ธงชัยเป็นเด็กชายที่รักการอ่านหนังสือมาก ในยามพักกลางวัน แทนที่เขาจะไปเตะฟุตบอล เล่นบาสเกตบอล เหมือนที่ผู้ชายคนอื่นเขาทำ แต่เขากลับสนุกอยู่ในโลกหนังสือที่ห้องสมุดของโรงเรียน หนังสือคลาสสิกอย่าง สี่แผ่นดิน หรือรามเกียรตื์ ล้วนแต่ผ่านตาของเขามาตั้งแต่สมัยมัธยมหมดแล้ว แต่ปัญหาก็คือ หนังสือส่วนใหญ่ที่เขาอ่าน ไม่ใช่หนังสือเรียน ทำไมคนอื่นมองว่า ธงชัย ไม่ใช่คนที่เรียนหนังสือเก่ง

 

          จนในที่สุด เขาโดนไล่ออกจากโรงเรียนแห่งนี้ พร้อมด้วยคำสบประมาทจากบราเทอร์ในข้างต้นที่ธงชัยบอกว่า "นี่เป็นคำพูดที่กัดชีวิตเลยนะ"

 

          และนี่ คือ "จุดเปลี่ยน"ที่สำคัญของเอ็มดีคนนี้

 

          "พอเขาด่าอย่างนี้ปุ๊บ ก็เกิดทิฏฐิขึ้นมาว่า คิดว่าทำไม่ได้ใช่ไหม เดี๋ยวจะทำให้ดู ผมเลยไปนั่งอ่านหนังสือเอง สอบเทียบเอง พอตอนเอ็นทรานซ์ ผมก็เลือกอันดับหนึ่งบัญชีจุฬาฯ แล้วผมก็เอ็นฯติด เพราะฉะนั้น มันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ปรู๊ฟชีวิตของผมว่า ไม่ว่าเราจะโง่ดักดานอย่างไร ถ้ามีความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงๆ...

 

          ...วันนี้ต้องกลับไปกราบขอบคุณบราเทอร์คนนั้น ถ้าเขาไม่พูดประโยคนี้ ผมคงเป็นอะไรก็ไม่รู้ไปแล้ว"

 

          อ่านมาถึงตรงนี้ขอถามคุณผู้อ่านด้วยว่า แล้ว "จุดเปลี่ยน" ของคุณล่ะ หาเจอหรือยัง?

 

 

***ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ "วัยเยาว์ของคนใหญ่" งานเขียนของ ศุภาศิริ สุวรรณเภสัช(สำนักพิมพ์มติชน)

 

 

edit @ 20 Nov 2009 16:20:41 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

"จุดเปลี่ยน"
ของแต่ละคนก็มาช้าเร็วต่างกันไป

เป็นกำลังใจให้เจอจุดเปลี่ยนที่ดีกันไวนะbig smile

#7 By MR.Thief on 2009-11-24 09:04

ถ้าไม่ไขว่คว้า
ถ้าไม่พยายาม
ความสำเร็จก็ไม่บังเกิด

#6 By กำแพงกระดาษ on 2009-11-23 13:17

คำสบประมาทพวกนั้น ทำให้คนเราเข้มแข็งขึ้น
เก็บเอาคำพวกนั้นไว้เตือนใจแล้วมุมานะ
ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลค่ะ
confused smile

#5 By llsa-ku-rall on 2009-11-23 10:55

ต้องสู้ ต้องสู้จึงจะชนะ
(ร้องแบบ เจินๆ จะได้อารมณ์มาก)confused smile Hot!

#4 By katisod on 2009-11-21 02:04

ต้องสู้ เท่านั้น!!

big smile confused smile

#3 By FINEDAY on 2009-11-20 18:38

สิ่งสำคัญอยู่ที่ความพยายาม

#2 By darkuril on 2009-11-20 18:22

คนที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ
คงไม่มีสักคนที่เข้าข้างตัวเองว่า "เพราะตัวฉัน..จึงมีวันนี้"

บางทีถ้าไม่มีใครหลาย ๆ คน คงไม่มีเราอีกหนึ่งคน

บางทีเราเรียนรุ้เพื่อจะรุ้จักใครหลาย ๆ คน
แต่อาจลืมว่า เรากำลังทำใครหล่นหายไปบ้าง


big smile big smile big smile

#1 By เด็กถือย่าม on 2009-11-20 16:21