The Gift Of Nothing…ของขวัญจากความว่างเปล่า

 

 

 

 

          ผมไม่ได้อัพบล็อกผมมานานแล้วเพราะช่วงนี้ผมเปลี่ยนอารมณ์จากการกดแป้นพิมพ์ในคอมพิวเตอร์มาเป็นจับปากการุ่น Uni-ball Ultra-Fine ซึ่งเป็นปากกาคู่ใจที่ใช้มาหลายปีมาเขียนจดหมายถึงคนที่ผมรู้สึกดีมากๆ

 

          ผมเขียนถึง ใครคนนั้น แทบทุกวัน ซึ่งมันใช้เวลาเขียนค่อนข้างนานจนละเลยอัพเดตบล็อกไป

 

          จนวันนี้หลังจากที่ผมเขียนจดหมายฉบับวันนี้แล้วเสร็จ ผมก็นั่งคิดกับตัวเองว่าเอ...จะหยิบเรื่องราวในจดหมายนี้มาลงในบล็อกเราดีไหมหนอ ?

 

เพราะดูจากเนื้อเรื่องแล้วหากตัดข้อความที่เป็นส่วนตัวออก เนื้อหาของเรื่องราวที่เล่าให้ฟังน่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลายคนที่แวะเวียนเขามายังพื้นที่ตรงนี้

 

นั่งชั่งน้ำหนักในใจตัวเองสักพัก ผมจึงตัดสินใจหยิบจดหมายฉบับนี้มาวางหน้าโน้ตบุ๊คของผมแล้วพิมพ์เรื่องราวบางส่วนในจดหมายฉบับนี้ที่ดูไม่เป็นเรื่องส่วนตัวนักมาเล่าสู่กันฟัง

 

จดหมายฉบับนี้มีชื่อว่า ของขวัญจากความว่างเปล่า

 

เรื่องราวในจดหมายมีอยู่ว่า....

 

บ่ายแก่ๆที่สยามพารากอน ในขณะที่ผมยืนรอเพื่อนอยู่ที่ร้านหนังสือคิโนะคุนิยะผมฆ่าเวลาด้วยการเดินสำรวจร้านหนังสือที่แสนกว้างใหญ่ร้านนี้ไปเรื่อยๆ จนมาพบกับการ์ตูนภาพสำหรับเด็กที่แสนน่ารักน่าชังผมจึงหยิบหนังสือรูปภาพอันแสนบางเฉียบนี้ มายืนอ่านเพื่อรอเพื่อนสนิทไปพลางๆ

 

เหตุผลที่หนังสือเล่มนี้ถูกเลือกให้มาอยู่ในมือของผมเพราะผมสนใจชื่อหนังสือเล่มนี้ซึ่งมีชื่อว่า “The Gift Of Nothing” หรือแปลได้ว่า ของขวัญของความไม่มีอะไร

 

พูดถึงของขวัญ มันจะต้องมีอะไรในกล่องสีสวยที่ห่อไว้สิแต่นี่กลับบอกว่า ไม่มีอะไรเลย หนังสือเล่มนี้ต้องการจะบอกอะไร?

 

ด้วยรูปภาพประกอบที่ดูเรียบง่ายแต่ดูน่ารักจนน่าหยิกแก้มคุณ Patrick Mcdonell ผู้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาทันใดต้องเปิดเข้าไปอ่านดูแล้วเรา

 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันพิเศษวันหนึ่งวันพิเศษวันนี้ชวนให้น้องแมวที่มีชื่อว่า Mooch อยากจะมอบของขวัญแด่เพื่อนที่เขารักนั่นคือ น้องหมา นามว่า Earl

 

แต่น้องแมวตัวเอกของเราหนักใจว่าจะหาของขวัญอะไรให้กับเจ้าเพื่อนรักดี เพราะดูไปแล้วน้องหมาดูเหมือนจะมีของทุกอย่างครบแล้ว ทั้งชามข้าว เตียงนอน และของเล่น...

 

คิดอยู่นาน ในสมองของ Mooch จึงครีเอตของขวัญที่น่าจะแปลกที่สุดในโลกนั่นคือ ของขวัญที่มีชื่อว่า ไม่มีอะไร

 

ถึงตอนนี้แล้ว กลับมีโจทย์ใหม่ที่ทำให้ Mooch หนักใจแทนนั่นก็คือ เจ้าของขวัญที่มีชื่อว่า ไม่มีอะไร มีหน้าตาเป็นเช่นไร เจ้าแมวน้อยไม่เคยเห็น แม้จะเห็นมนุษย์พูดคำนี้ออกมาบ่อยๆก็ตามที

 

...ผู้ชายนั่งดูโทรทัศน์ แล้วบ่นว่า วันนี้ไม่มีอะไรให้ดูเลยแต่น้องแมวก็เห็นว่ามีรายการโทรทัศน์ที่กองอยู่ภายในกล่องสี่เหลี่ยมที่ผู้ชายจับจ้องอยู่

 

...เด็กน้อยสองคนคุยกันว่า วันนี้ไม่มีอะไรให้เล่นเลย สุดท้ายก็ฉวยอะไรข้างตัว เอามาเล่นอย่างเพลิดเพลินจนได้

 

...ผู้หญิงเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับบ่นว่า ที่ร้านค้า ไม่มีอะไร ให้ซื้อเลย

 

น้องแมวได้ยินเสียงผู้หญิงบ่นเช่นนั้นจึงสนใจร้านค้าขึ้นมาทันที ด้วยหวังว่า จะมีเจ้า ไม่มีอะไร วางอยู่ณ ที่ใดที่หนึ่งของชั้นวางสินค้า

 

มันจึงออกเดินทางไปที่ร้านค้า แล้วค้นพบว่า...

 

ที่ร้านค้ามีของมากมายให้เราได้เลือกซื้อเลืกสรรแต่มีสิ่งเดียวที่ร้านค้าไม่มีขาย นั่นก็คือ สิ่งของที่มีชื่อว่า ไม่มีอะไร

 

น้องแมวจึงกลับมาที่บ้านของตัวด้วยอารมณ์เศร้าสร้อย พร้อมกับกล่องของขวัญที่ว่างเปล่า

 

สิ่งที่อัศจรรย์ก็เกิดขึ้นมาในหัวใจของ Mooch ในขณะที่เธอมองไปที่กล่องของขวัญภาวะของการหยั่งรู้เกิดขึ้นมาในหัวใจ ที่ออกมาเป็นความรู้สึกที่ว่า เราพบแล้วของขวัญที่มีชื่อว่า ไม่มีอะไรอยู่ตรงนี้นี่เอง...

 

พลันที่คิดได้ดังนั้น น้องแมวจึงเปลี่ยนกล่องของขวัญให้ใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะบรรจุเจ้า ไม่มีอะไรในขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

 

เมื่อห่อของขวัญเสร็จแล้ว Mooch จึงยกของขวัญชิ้นนี้ไปให้Earl แล้ว Earl ก็ค่อยๆบรรจงแกะห่อของขวัญกล่องนั้น

 

สิ่งที่พบในกล่อง ความว่างเปล่า ไม่มีอะไรในกล่องเลย

 

ที่เห็นอยู่ในตอนนี้ก็มีเพียงเพื่อนรักสองคนที่ยืนอยู่คู่กันเท่านั้น

 

ภาษาอังกฤษบรรยายฉากนี้ด้วยภาษาที่ง่ายๆแต่กินใจว่า...

 

Nothing…but you and me. (ไม่มีอะไร มีแต่เธอและฉัน)

 

....................................

 

 

 

ครั้งหนึ่ง หนึ่งในตัวละครในวรรณกรรมอมตะที่มีชื่อว่า เจ้าชายน้อย ของ อังตวน เชงแต๊กซูปรี ได้พูดว่า สิ่งสำคัญบางอย่างไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาแต่มองเห็นได้ด้วยใจ

 

อ่านสมุดภาพเล่มนี้ด้วยเวลาเพียงน้อยนิด แล้วรู้สึกว่าประโยคนี้ มันใช่เลย

 

โลกเราถูกวัดคุณค่าด้วยสิ่งที่สายตามองเห็นมากเกินไปแล้วอย่างเช่น เงินทอง ที่ดิน บ้าน รถยนต์ ใบปริญญา โทรศัพท์มือถือ โต๊ะทำงาน รองเท้าคู่ใหม่ และอีกมากมาย

 

แม้จะยอมรับว่า หลายสิ่งที่เอ่ยอ้างมาถูกทำให้กลายเป็นความจำเป็นในชีวิตจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่กระนั้นก็น่าคิดว่า เราให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากไปในลำดับต้นๆจนละเลยสิ่งบริสุทธิ์ที่หัวใจมองเห็นหรือเปล่า?

 

ความรัก มิตรภาพ ความเมตตา ความเสียสละ ความเอื้ออารี ความจริง ความดี ความงาม และอีกหลายความ อาจจะดู ไม่มีอะไรหากใช้เพียงสายตามอง

 

แต่หากใช้หัวใจมอง บางทีอาจจะเห็นคุณค่าที่สำคัญที่สุดก็ได้

 

เช่นเดียวกันกับ Mooch และ Earl เห็นความสำคัญของความไม่มีอะไรผ่านหัวใจของกันและกันอย่างไรล่ะ

 

 

edit @ 20 Jan 2010 02:20:09 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

잘 썼어요 형님 big smile

#2 By M (61.90.22.75) on 2010-01-23 19:38

ทุกสิ่ง ทุกที่

ล้วนมีอะไร

เพราะคุณค่าของสิ่งต่างๆ

ไม่ได้ใช้เพียงสายตาที่มองเพียวอย่างเดียว

#1 By meau on 2010-01-20 02:38