Up in the Air...บ้านของหัวใจ ที่ใดหนอ?         

ผู้กำกับ : เจสัน ไรต์แมน       

นักแสดง : จอร์จ คลูนีย์, วีร่า ฟาร์ไมก้า, แอนนา แคนดริค ฯลฯ

 

 

  

          นี่คือหนังที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่งในปีนี้!

 

          ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ อันที่จริงถูกปูพรมมาตั้งแต่ตอนที่นายริชาร์ด คอร์ลิสส์ คอลัมนิสต์ด้านภาพยนตร์ประจำนิตยสารไทม์ยกให้ Up in the Air กลายเป็น 1 ใน 10 หนังยอดเยี่ยมแห่งปี โดยที่คอร์ลิสส์ได้ยกย่องดาราแสดงนำชายอย่าง จอร์จ คลูนี่ย์ ไว้ว่า

 

          "นักแสดง ก็คือ เซลส์แมน สินค้าที่เขาขายก็คือ เรื่องราว บุคลิก และตัวภาพยนตร์ โดยพวกเขาจะต้องแพ็คสินค้าแล้วเร่ขายเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เหล่ายอดนักแสดงกลายเป็นซูปเปอร์เซลส์แมน แต่ไม่มีใครที่จะมีหลักประกันและความสง่างามมากไปกว่า...จอร์จ คลูนีย์"

 

          รายละเอียดเพียงเท่านี้ คงจะไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า หนังเรื่องนี้น่าดูอย่างไร นอกจากกจะเข้าไปดูในโรงหนังกันก่อน...

 

          เคยได้ยินอาชีพนี้ไหม? อาชีพนักให้คำปรึกษาในเรื่องอนาคตแก่พนักงานที่ถูกไล่ออก(เหมือนตบหัวแล้วลูบหลังจัง) คนที่มีอาชีพนี้จะทำหน้าที่พูดคุยกับพนักงานแทนหัวหน้าของพวกเขา เพราะคงจะดูโหดร้ายเกินไป ถ้าวันหนึ่ง หัวหน้าของตัวเองมาบอกพนักงานว่า "ผมไล่คุณออกนะ"

 

          บ้านเราอาจจะไม่คุ้นกับอาชีพนี้ แต่ในหนังเรื่องนี้ ได้ฉายภาพคนที่มีอาชีพนี้ในสังคมอเมริกาที่กำลังย่ำแย่จากภาวะแฮมเบอร์เกอร์ไครซิสในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เดาได้ว่าอาชีพนี้คงกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นแน่นอน

 

          ไรอัน บิงแฮม(จอร์จ คลูนีย์) คือ หนึ่งในคนที่ทำอาชีพนักให้คำปรึกษานี้ เขาต้องเดินทางเป็นประจำจากรัฐต่อรัฐ ตามแต่ว่าบริษัทไหนว่าจ้างบริษัทเขาให้ไปทำหน้าที่ ด้วยเหตุนี้ ไรอันจึงต้องใช้ชีวิตอยู่กับการเดินทางโดยเฉพาะทางอากาศ มากกว่าที่จะนอนบนโซฟาดูโทรทัศน์ที่บ้าน เขาจึงคุ้นชินกับการอยู่ไม่ติดที่ จนไม่ได้รู้สึกว่า เขาจำเป็นจะต้องมีบ้านที่เป็นหลักแหล่ง

 

          จนเมื่อมีเหตุการณ์อยู่สองเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาพร้อมๆกัน...

 

          เหตุการณ์แรกก็คือ การปรับเปลี่ยนระบบการทำงานในองค์กรตามแนวคิดของสาวออฟฟิศรุ่นใหม่ไฟแรง นาตาลี คีเนอร์(แอนนา) แคนดริค ที่ต้องการลดต้นทุนด้วยการใช้วิดีโอลิ้งค์พูดคุยกับพนักงานตกอับแทนที่จะเป็นการเดินทางไปพูดคุยที่บริษัทเอง

 

          ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ การที่เขาได้พบกับ อเล็กซ์(วีร่า ฟาร์ไมก้า) ผู้ที่วิ่งเข้ามาในหัวใจจนเขาอยากจะมีอะไรที่ผูกมัดชีวิตของเขาเสียที

 

          สองเหตุการณ์นี้ทำให้ไรอันเริ่มทบทวนชีวิตของตนเองว่า แล้วตกลง นิยามของคำว่า "บ้าน" ของเขาคืออะไรกันแน่ ระหว่าง "บ้าน" ที่เขาต้องเวียนไปเวียนมาในระหว่างการเดินทาง กับ "บ้าน" ที่มีตัวตนอยู่จริง มีคนที่เขารักปักหลักรอเขาอยู่สักที่

 

          ไม่ว่าไรอันจะเลือกหนทางไหน แต่ประเด็นนี้กลายเป็นเครื่องมือหลักที่นำไรอันไปเผชิญกับโลกรอบกายและตัวตนภายในของเขาได้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

 

          ทั้งในเรื่องจิตวิญญาณตุ๊กตาล้มลุกของ "ผู้แพ้" ในสงครามทุนนิยมของสังคมอเมริกา ที่แม้ว่าชนชั้นกลางในอเมริกาจะต้องล้มลงเพราะพิษเศรษฐกิจสักเพียงใด ตราบใดชีวิตไม่สิ้น ยังมีแรงดิ้นอยู่ ความหวังจะยังอยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ โดยหนังเรื่องนี้ได้เลือกโลเคชั่นที่บีบคั้นหัวใจคนดูได้เป็นอย่างดี เพราะในแต่ละรัฐที่ไปถ่ายทำ ล้วนแล้วแต่เจอพิษเศรษฐกิจอย่างหนักหนาทั้งสิ้น อย่างเช่น ดีทรอยต์(เมืองแห่งอุตสาหกรรมรถยนตร์), ฟีนิกซ์(ศูนย์กลางธุรกิจประกันสุขภาพ) และ วิชิต้า(ศูนย์กลางบริษัทด้านการเงิน) เป็นต้น

 

          ทั้งในเรื่องคุณค่าความฝันแบบอเมริกัน ที่ถูกตั้งคำถามว่า ตกลงมันคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดใช่ไหม? ฉากที่สำคัญที่สุดฉากหนึ่งในหนังเรื่องนี้ก็คือ การปาฏกถาของไรอันที่พูดถึงกระเป๋าสะพายหลังที่ว่างเปล่า กับกระเป๋าที่เต็มไปด้วย American Dream อย่างเช่น ครอบครัว บ้าน รถ อนาคตที่มั่นคง และอีกมากมาย เราควรจะเลือกสะพายกระเป๋าใบไหน?

 

          ประเด็นต่างๆเหล่านี้ นำไปสู่การเรียนรู้ว่า "บ้านของหัวใจ" ที่แสนลงตัวของเราจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรดี?

 

          จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรดี?....

 

 

edit @ 21 Jan 2010 21:01:05 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet