Book to Film จากหนังสือสู่จอเงิน...โลก (ธุรกิจ) ที่เกื้อกูลกัน

 

 

 

 

วันว่างๆ ผมมักจะใช้เวลาไปกับการเดินเที่ยวเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ในชีวิต

เดินไปเดินมา สัญชาตญาณของหนอนหนังสือก็ทำให้ผมเข้าไปขลุกอยู่ในร้านหนังสืออยู่ดี


มันเป็นโลกที่แสนอบอุ่นที่ชวนหลบมุมแล้วเข้าไปมองให้สบายใจ...


นอกจากร้านมติชนบุ๊คคลับที่ออฟฟิศมติชนกับร้านแพร่พิทยาที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าแล้วก็มีร้านหนังสือคิโนะคุนิยะสาขาสยามพารากอนนี่แหละครับที่ผมไปเดินบ่อย ๆ 


วันนี้ผมเดินไปที่ร้านคิโนะคุนิยะเลียบเคียงไปทางด้านหน้าร้านซึ่งมีหนังสือภาษาอังกฤษประเภทหนังสือออกใหม่หนังสือขายดี และหนังสือแนะนำอยู่เต็มไปหมด


ยามที่เวลาจำกัดผมจะวนเวียนอยู่แถว ๆ นี้ เพื่อสังเกตว่าช่วงนี้คนส่วนใหญ่เขาอยากอ่านหนังสือแนวไหน ?


พอดีเหลือบไปเห็นหนังสือที่มีชื่อว่า"Alice in Wonderland" งานวรรณกรรมเยาวชนอมตะของ LewisCaroll ซึ่งในตอนนี้ผมกำลังอ่านฉบับแปลสำนวนของคุณจิระนันท์พิตรปรีชา ของสำนักพิมพ์ฟรีฟอร์มอยู่เช่นกัน

 

 

 

เห็นอย่างนี้เลยลองเข้าไปสอบถามพนักงานที่ร้านดูว่าทำไมวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องนี้ทำไมอยู่ไหนหมวดหมู่หนังสือที่คนสนใจอีกครั้ง


คำตอบง่ายๆ ก็คือ "เพราะวรรณกรรมเรื่องนี้ถูกสร้างเป็นหนังในปีนี้น่ะสิ"


อาจจะไม่ใช่ประเด็นใหม่กับสมมติฐานที่ว่า"การที่มีหนังออกมาเป็นการส่งเสริมยอดขายของหนังสือได้เป็นอย่างดี" ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็อย่างปรากฏการณ์Harry Potter กับ TheLord of the Ring เป็นต้น


แต่ที่น่าสนใจก็คือคิดเหมือนกันไหมว่า หนังที่ทำมาจากวรรณกรรม ออกมาหนาตามากแถมยังทำให้กระแสหนังสือเรื่องนั้นกลับคืนมาอย่างงดงาม


อย่างเช่นหนังเรื่อง "SherlockHolmes" ความสนุกของหนังเรื่องนี้ทำให้สาวกหนังสือสืบสวนหันกลับมาอ่านหนังสือชุดเล่มนี้ของเซอร์อาร์เธอร์ โคนันดอยล์ อีกครั้ง หลังจากที่ไปลุ่มหลงนักสืบทางโลกตะวันออก (ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนักสืบทางฝั่งตะวันตกเช่นกัน)อย่างโคนัน และคินดะอิจิ อยู่นานนม แถมสำนักพิมพ์อมรินทร์ยังตีพิมพ์นิยายชุด "เชอร์ล็อกโฮล์ม" ไว้รอท่าอยู่ก่อนตั้งแต่ปีที่แล้ว ในโอกาสครบรอบ 150 ชาตกาลของเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีหนังเรื่อง "ChristmasCarol" หนังที่สร้างจากนักเขียนอมตะอย่างชาร์ล ดิกเกนส์ที่ออกมาให้คนดูได้อิ่มเอมในช่วงก่อนคริสต์มาสที่ไอแมกซ์ ก่อนที่จะถูก Avatarเบียดออกจากโปรแกรมในช่วงคริสต์มาสผู้คนก็พูดถึงวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องนี้อยู่พอสมควรทีเดียว


นี่ยังไม่รวมหนังลุ้นออสการ์อย่างMy Lovely Bone, TheMen Who Stare at Goats และ Up in the Air หนังที่ลุ้นรางวัลในเวทีออสการ์ที่พนักงานที่ร้านคิโนะฯเล่าให้ฟังว่าขายดีเช่นกันหนังสือพวกนี้จะอยู่ในหมวดหนังสือ Movie Tie In Book ครับ


แถมในช่วงเวลาอันใกล้นี้ก็ยังมีหนังวรรณกรรมอย่าง Dorian Gray ผลงานของนักเขียนไอริชที่ชื่อว่าออสการ์ ไวลด์ที่สำนักพิมพ์ฟรีฟอร์มแปลเป็นภาษาไทยเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว


ส่วนทางฝั่งสำนักพิมพ์มติชนก็มี"รักจากใจจร" (Dear John) งานเขียนโรแมนติกของนิโคลัส ปาร์กส์ ไว้รอคอยผู้อ่านเช่นกันก่อนที่หนังจะเข้าในเดือนกุมภาพันธ์นี้

 

 

ก่อนจะจบอยากขอแถมอีกนิดว่า พอดีเปิดไปในเว็บไซต์ของไทม์ ตามลิงก์นี้ http://www.time.com/time/photogallery/0,29307,1930089_1967579,00.html มีชื่อเรื่องว่าKids" Books Come to Life

 

ซึ่งเป็นการนำหนังสือวรรณกรรมเด็กที่ถูกนำมาทำเป็นหนังมาแนะนำให้เราได้ชมกันถึง14 เรื่อง ได้แก่ MaryPoppins (1964), Willy Wonka and the Chocolate Factory (1971), The Little Prince(1974), Jumanji (1995), Madeline (1998), Stuart Little (1999), The Grinch(2000), Harry Potter and the Sorcerer"s Stone (2001), The Cat in the Hat(2003), Lemony Snicket"s a Series of Unfortunate Events (2004), NannyMcPhee (2006), Charlotte"s Web (2006), Asterix at the Olympic Games(2008), Where the Wild Things Are (2009)


หนังจากวรรณกรรมเหล่านี้เท่าที่ดูแปลเป็นภาษาไทยเกือบหมดแล้วนะควรหาให้เด็กที่บ้านท่านอ่านหรือดูเป็นอย่างยิ่งหรือไม่ท่านจะอ่านหรือดูเองก็นับว่าไม่เลวนัก


นั่นก็เพื่อสังคมคุณภาพของบ้านเมืองเราครับ...:D

edit @ 23 Jan 2010 13:52:46 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

หนังปลุกหนังสือให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

จริงด้วยสินะopen-mounthed smile