ของขวัญของความ "ไม่มีอะไร"

 

 

 

(อันที่จริง ข้อเขียนนี้เขียนเขียนไปครั้งหนึ่งในบลอกนี้แล้ว แต่ถูกนำกลับมาเขียนใหม่อีกรูปแบบหนึ่งเพื่อนำไปลงหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ตามลิ้งนี้ http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02dlf22010253&sectionid=0225&day=2010-02-01)

 

โลกใบนี้ แม้จะมีสีขาว สีดำ สีเทาบ้าง ตามแต่อารมณ์เป็นไปสรรพสิ่ง

 

แต่เชื่อแน่ว่า มี "ของขวัญ" เกิดขึ้นบนโลกได้ทุกวัน

 

ลองคิดดูสิ ในปีหนึ่ง มีจำนวนวันทั้งสิ้น 365 วัน (บางปีก็เยอะกว่านั้นวันหนึ่ง) โลกนี้มีจำนวนมนุษย์อยู่ประมาณ 6 พัน 7 ร้อยล้านคน หากเป็นเช่นนี้ คนทุกคนน่าจะกระจายกันเกิดได้ครบ 365 วัน

 

เพียงเท่านี้ก็มี "ของขวัญ" วันเกิด เกิดขึ้นทุกวันแล้ว

 

นี่ยังไม่รวมถึงเทศกาลพิเศษอย่างเช่น เทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ตรุษจีน วาเลนไทน์ สงกรานต์ และอีกมากมาย

 

แต่เรื่องราวของขวัญที่ผมจะนำมาเล่าในวันนี้ เป็นของขวัญที่ค่อนข้างจะแปลกหูสักหน่อย

 

เพราะของขวัญชิ้นนี้ มาจากนิทานภาพของ Patrick McDonnell ที่มีชื่อว่า "ของขวัญของความ "ไม่มีอะไร" " (The Gift Of Nothing)

 

พูดถึงของขวัญ มันจะต้องมีอะไรในกล่องสีสวยที่ห่อไว้ แต่นี่กลับบอกว่า ไม่มีอะไรเลย นิทานเรื่องนี้ต้องการจะบอกอะไร ?

 

เรื่องราวมีอยู่ว่า....กาลครั้งหนึ่ง ไม่รู้จะเรียกว่านานดีไหม ในวันพิเศษวันหนึ่ง น้องแมวที่มีชื่อว่า Mooch อยากจะมอบของขวัญแด่เพื่อนที่เขารักนั่นคือ น้องหมา นามว่า Earl

 

แต่น้องแมวตัวเอกของเราหนักใจว่าจะหาของขวัญอะไรให้กับเจ้าเพื่อนรักดี เพราะดูเหมือนว่าน้องหมาจะมีของที่ต้องการครบทุกอย่างแล้ว ทั้งชามข้าว เตียงนอน และของเล่น...

 

คิดอยู่นาน ในสมองของ Mooch จึงครีเอตของขวัญที่น่าจะแปลกที่สุดในโลก นั่นคือของขวัญที่มีชื่อว่า "ไม่มีอะไร"

 

ถึงตอนนี้แล้ว กลับมีโจทย์ใหม่ที่ทำให้ Mooch หนักใจแทน นั่นก็คือเจ้าของขวัญที่มีชื่อว่า "ไม่มีอะไร" มีหน้าตาเป็นเช่นไร เจ้าแมวน้อยไม่เคยเห็น แม้จะเห็นมนุษย์พูดคำนี้ออกมาบ่อย ๆ ก็ตามที

 

...ผู้ชายนั่งดูโทรทัศน์ แล้วบ่นว่า "วันนี้ไม่มีอะไรให้ดูเลย" แต่น้องแมวก็เห็นว่ามีรายการโทรทัศน์มากมายที่กองอยู่ภายในโทรทัศน์

 

...เด็กน้อยสองคนคุยกันว่า "วันนี้ไม่มีอะไรให้เล่นเลย" สุดท้ายก็ฉวยอะไรข้างตัว เอามาเล่นอย่างเพลิดเพลินจนได้

 

...ผู้หญิงเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับบ่นว่า "ที่ร้านค้า ไม่มีอะไร ให้ซื้อเลย"

 

น้องแมวได้ยินเสียงผู้หญิงบ่นเช่นนั้นจึงสนใจร้านค้าขึ้นมาทันที ด้วยหวังว่า จะมีเจ้า "ไม่มีอะไร" วางอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งของชั้นวางสินค้า

 

มันจึงออกเดินทางไปที่ร้านค้า แล้วค้นพบว่า...

 

ที่ร้านค้ามีของมากมายให้เราได้เลือกซื้อเลือกสรรแต่มีสิ่งเดียวที่ร้านค้าไม่มีขาย นั่นก็คือ สิ่งของที่มีชื่อว่า "ไม่มีอะไร"

 

น้องแมวจึงกลับมาที่บ้านของตัวด้วยอารมณ์เศร้าสร้อย พร้อมกับกล่องของขวัญที่ว่างเปล่า

 

Mooch มองไปที่กล่องของขวัญอยู่พักใหญ่ ความคิดหนึ่งวาบขึ้นมาในหัวใจ "เราพบแล้วของขวัญที่มีชื่อว่า "ไม่มีอะไร" อยู่ตรงนี้นี่เอง"

 

พลันที่คิดได้ดังนั้น น้องแมวจึงเปลี่ยนกล่องของขวัญให้ใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะบรรจุเจ้า "ไม่มีอะไร" ในขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

 

เมื่อห่อของขวัญเสร็จแล้ว Mooch จึงยกของขวัญชิ้นนี้ไปให้ Earl

 

สิ่งที่ Earl พบในกล่อง ก็คือ ความว่างเปล่า ไม่มีอะไรในกล่องเลย

 

ที่เห็นอยู่ในตอนนี้ก็มีเพียงเพื่อนรักสองคนที่ยืนอยู่คู่กันเท่านั้น

 

นิทาน บรรยายฉากนี้ด้วยภาษาอังกฤษที่เรียบง่ายแต่กินใจว่า...

 

Nothing...but you and me. (ไม่มีอะไร มีแต่เธอและฉัน)

 

........

 

ครั้งหนึ่ง หนึ่งในตัวละครในวรรณกรรมอมตะที่มีชื่อว่า "เจ้าชายน้อย" ของ อองตวน เดอ แซงเต็ก-ซูเปรี ได้พูดว่า "สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยตา หากแต่มองเห็นได้ด้วยใจ"

 

นิทานเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกว่า ประโยคนี้ มันใช่เลย

 

โลกเราถูกวัดคุณค่าด้วยสิ่งที่สายตามองเห็นมากเกินไป จนละเลยสิ่งบริสุทธิ์ที่หัวใจมองเห็นหรือเปล่า ?

 

ความรัก มิตรภาพ ความเมตตา ความเสียสละ ความเอื้ออารี ความจริง ความดี ความงาม และอีกหลายความ อาจจะดู "ไม่มีอะไร" หากใช้เพียงสายตามอง

 

แต่หากใช้หัวใจมอง บางทีอาจจะเห็นคุณค่าที่สำคัญที่สุดก็ได้

 

เช่นเดียวกันกับ Mooch และ Earl เห็นความสำคัญของความ "ไม่มีอะไร" ผ่านหัวใจของกันและกันอย่างไรล่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#3 By Vorravut Jhiaranai on 2010-03-02 13:48

โลกเราถูกวัดคุณค่าด้วยสิ่งที่สายตามองเห็นมากเกินไป จนละเลยสิ่งบริสุทธิ์ที่หัวใจมองเห็นหรือเปล่า ?

เป็นคำถามที่ชวนให้คิดถึงอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านมา
และสิ่งที่เรากำลังจะก้าวเข้าไปหามัน

#2 By Nalikakeaw's Diary on 2010-02-26 13:23


Nothing...but you and me.

ใจ มองเห็น
กว่า ตาเนื้อ
ที่เหลือ
แค่ เธอ กับ ฉัน big smile

#1 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-02-26 13:11