"ไม่เป็นไร"...คนไทยรักกัน

posted on 12 Mar 2010 16:04 by peentungdoodao in Views

"ไม่เป็นไร"...คนไทยรักกัน

 

          "...When the planes hit the TwinTowers, as far as I know none of the phone calls from the people on board were messages of hate or revenge - they were all messages of love. If you look for it, I ve got a sneaky feeling you ll find that love actually is all around."

 

          เมื่อเครื่องบินพุ่งชนตึกแฝด(ตึกเวิร์ลด์เทรด เซ็นเตอร์ ที่นิวยอร์กในเหตุการณ์ 911) สิ่งที่ผมรู้ก็คือ ไม่มีใครเลยที่โทรศัพท์ออกไปเพื่อสื่อสารถึงความเกลียดชังหรือการแก้แค้น แต่ข้อความทั้งหมดที่ส่งไปบอกเล่าเรื่องราวความรัก เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมองไปรอบตัว คุณจะพบว่า ความรักล้วนแล้วแต่อยู่รอบตัวเราทั้งสิ้น

 

          ประโยคโดนใจจากภาพยนต์รักเรื่อง Love Actually (2003) เข้ามาอยู่ในสมองของผมบ่อยครั้งในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

          โดยเฉพาะกับช่วงเวลาที่เป็นเหมือนหัวเลี้ยวหัวต่อของเส้นทางการเมืองการปกครองในบ้านเราที่ถูกตัดทอนให้เข้าใจว่า บนดินแดนแห่งนี้มีเพียง "แดง" กับ "เหลือง" เท่านั้น ความงามของสีอื่นไม่อาจนับเป็นพลังในการนิยาม "ความชอบธรรม" ได้

 

          ในเวลาเช่นนี้ ผมมักจะหันมาตั้งคำถามในสมองเล็กๆของผมอยู่เสมอว่า ตกลง "ความรักมีอยู่รอบตัวเราจริงเหรอ?"

 

          โดยส่วนตัวผมเอง ผมเชื่อว่ามีอยู่จริง แต่ในบางช่วง เราอาจจะต้องพิสูจน์ศรัทธากับช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้

 

          ผมเชื่อว่า ความศรัทธาจะมีพลังมากพอก็ต่อเมื่อเราสามารถสร้างให้เป็นแรงมุ่งมั่นมวลรวมได้

 

          "แรงมุ่งมั่นมวลรวม" ที่ผมสังเกตเห็นในตอนนี้ ปรากฏเนื้อหาออกมามากมายผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ อย่างเช่น เอ็มเอสเอ็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อีเมล์ และอีกมากมาย

 

          หลายคนคงเคยเห็นโลโก้ดอกไม้ที่เป็นรูปหัวใจสีธงชาติไทย หรือ โลโก้อื่นๆที่มีเนื้อหาที่ต้องการสื่อว่า "คนไทยรักกัน คิดต่างได้ แต่ไม่ใช้ความรุนแรง" กันอย่างละลานตา

 

          โลโก้นี้ ผมลองไล่ดูในเว็บไซต์จนเห็นที่มาจาก www.welovethai.in.th

 

          ในเว็บไซต์นี้ เป็นเว็บไซต์ที่เขาใช้รณรงค์ให้คนในบ้านเราหันหน้าเข้ามาคุยกันด้วยการไม่ใช่ความรุนแรง โดยทางเว็บไซต์บอกว่า "We Love Thai คุณก็มีส่วนร่วมรณรงค์ได้ด้วยการ ใส่ Tag #WeLoveThai ในข้อความ Twitter ที่สนับสนุนให้คนไทยรักกัน คิดต่างได้เราไม่ใช้ ความรุนแรง และใน Facebook เพียงคุณคลิกที่ปุ่ม "เข้าร่วม" และช่วยนำแคมเปญนี้ไปเผยแพร่ที่ Wall หรือ profile ของคุณ ขอบคุณครับ" ในตอนนี้เราจึงเห็นผู้คนจำนวนมากมายที่เปลี่ยนรูปประจำตัวในสื่อออนไลน์มาเป็นสัญญลักษณ์แบบส่งต่อกันไปเป็น Pay it forword

 

          นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ได้มีการร่วมลงชื่อ ไม่ใช้ความรุนแรงอีกด้วย หลายประโยชน์อ่านแล้วชวนให้เราฉุกใจคิด อย่างเช่น

 

          "มีสติ เปิดใจ ไตร่ตรอง" ทุกปัญหามีทางแก้ไข แต่เราต้องนั่งจับเข่าคุยกัน เรารับข่าวสารในจำนวนที่ต่างกัน และหลากหลายแหล่งที่มา แต่ขอให้เราระลึกไว้เสมอว่า เราทั้งหมดล้วนเกิดบนแผ่นผืนดินเดียวกัน โปรดทำเพื่อพ่อ เพื่อแผ่นดิน ...อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมาย รัก "สามัคคี"

 

          .........

 

          หนังสืออย่าง The Geography of Bliss ของ Eric Weiner หรือคู่มือท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ดาวเหงา Lonely Planet ต่างมองเห็นข้อเด่นของเราในสายตาคนนอกว่า คุณลักษณะของคนไทยสามารถย่อออกมาเป็นประโยคสั้นๆ ที่คนไทยชอบใช้บ่อยๆก็คือ "ไม่เป็นไร"

 

          คำว่า "ไม่เป็นไร" หากมองในแง่ดีอาจจะทำให้เรามองเห็นว่า เราสามารถที่จะให้อภัยและยอมรับความแตกต่างทางความคิดได้เสมอ

 

          ประชาธิปไตยแบบบ้านเรา แม้จะสัณฐานจะดูคล้ายไข่ต้มปอกเปลือกด้วยเหตุที่มันยังดูไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เราคับข้องใจเพราะประชาชนไทยยังมีสิทธิหลายอย่างที่สามารถจะเล่นตามกฎเกณฑ์ได้อยู่ แม้กระทั่งการชุมนุมก็ตาม หากเล่นตามกรอบ ตามเกม แต่การใช้ความรุนแรงเพื่อรุกล้ำสิทธิของคนอื่น ไม่นับว่าเป็นสิทธิที่พึงกระทำ

 

          แม้จะคิดต่าง ก็หันหน้าเข้าหากันได้ หากตกลงกันไม่ได้ ก็ขอให้เข้าใจกันด้วยขันติธรรมว่า "ไม่เป็นไร" นั่นมันทางของเขา

           เพราะความแตกต่าง มันคือความงดงาม มิใช่ชั่ว

 

Comment

Comment:

Tweet

การปะทะทางความคิดที่แตกต่างนำมาซึ่งสิ่งใหม่ๆเสมอและพัฒนาการของเราก็จะก้าวต่อไป

#3 By san00ker William ThePrince on 2010-03-17 16:39

ผัดไทของไทยทุกส่วน แบ่งๆกันกินอย่าแย่งกานนนนconfused smile

#2 By จัต (58.9.124.199) on 2010-03-13 12:19

เพราะความแตกต่าง มันคือความงดงาม มิใช่ชั่ว


^
^
^

จขบ.นี้เป็นคนคิดเเง่ บวก ดีจังค่ะ

#1 By Sugar'z Land. on 2010-03-12 16:27