The Cove(2009) ...สิทธิสัตว์ VS สิทธิชาติ

 

          หลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้รับเมล เป็นภาพ ทะเลสีแดง

 

          ทะเลสีแดงนี้เกิดจากประเพณีประจำปีที่เดนมาร์ก คนที่นั่นเขาจะทำพิธีสังหารหมู่โลมาเพื่อเหตุผลอะไรผมไม่ทราบ แต่ภาพเหล่านี้ค่อนข้างกระทบความรู้สึกของคนที่ได้รับเมลพอสมควร ด้วยความรู้สึกที่ว่า โลมาเป็นสัตว์แสนรู้ และเป็นมิตรกับมนุษย์ จึงทำให้กรอบการมองดูคล้ายกันกับน้องหมา น้องแมว ที่ดูจะเป็นสัตว์เลี้ยงเคียงคู่กับมนุษย์ที่จะได้รับความเมตตามากกว่าสัตว์ทั่วไป(นี่เป็นกรอบการมองอีกแบบหนึ่งนะครับ เพราะกรอบนี้จะอธิบายปรากฏการณ์การทานเนื้อสุนัขในหลายประเทศทางเอเชียไม่ได้)

 

          นอกจากที่เดนมาร์กแล้ว พื้นที่อีกที่หนึ่งที่บางครั้งทะเลถูกย้อมสีแดง ด้วยว่าสามารถฆ่าโลมา ได้อย่างถูกกฏหมาย นั่นคือ ญี่ปุ่น โดยภาพเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านหนังเรื่อง The Cove หนังสารคดีเรื่องดังที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาสารคดียอดเยี่ยมของปีนี้

 

          ผู้กำกับ Louie Psihoyos ได้เลือกเล่าเรื่องผ่านตัวละคร Ric O'Barry ชายชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคซิกซ์ตี้เพราะเขาสามารถฝึกปลาโลมาจนออกรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า "Flipper" ได้สำเร็จ จนการดูโชว์ปลาโลมากลายเป็นพ๊อพ คัลเจอร์ ในยุคนั้น

 

          แต่ความคิดของ Ric ต้องเปลี่ยนไป เมื่อโลมาที่เขารักที่สุดต้องเสียชีวิต เขาเลยมองว่า การที่นำโลมามาทำธุรกิจเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักสำหรับโลมาบนโลก

 

          ชายผู้นี้จึงไถ่บาปทางความคิดที่ตนเองได้ก่อขึ้นด้วยการเดินสายไปทั่วโลก เพื่อปลดปล่อยโลมาสู่ท้องทะเลกว้าง ซึ่งไม่ใช่งานง่ายนัก เพราะหลายครั้งเขาก็โดนจับกุมและได้รับความลำบากต่างๆนานา

    

 

          แต่สถานที่ปริศนาที่ Ric ยังทำอะไรไม่ได้เสียที นั่นก็คือ ที่เมืองไทจิ เขตการปกครองวากายามะ ณ ประเทศญี่ปุ่น-ประเทศที่อนุญาตให้การทำธุรกิจเกี่ยวกับโลมาและวาฬเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย

 

          ดินแดนสนธยาที่ชื่อว่าไทจิแห่งนี้ มีการจับโลมาในเดือนกันยายนของทุกๆปี โดยไม่ยอมให้สื่อใดๆเข้ามาย่ำกรายแม้แต่น้อย แม้แต่สื่อระดับบิ๊ก อย่าง BBC หรือ Time ก็ยังถูกหวงห้ามไม่ให้เข้าไปถ่ายทำที่เขตทำการประมงของที่นี่ เราจึงรู้แค่เพียงว่า ที่ญี่ปุ่น ในปีหนึ่งโลมาจำนวนถึง 23,000 ตัวที่ถูกสังหารเพื่อส่งไปป้อนอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่อัดอยู่เต็มกล่องข้าวของเด็กอนุบาลส่วนหนึ่งในญี่ปุ่น

 

          ปริศนาตรงนี้ ทำให้ Ric วางแผนที่จะเข้าไปแอบถ่ายภาพโลมาที่ถูกทำร้าย ซึ่งความน่าติดตามอยู่ตรงที่ การที่ Ric ได้รวบรวมสมัครพรรคภูมิเพื่อวางแผนเนียนๆที่จะเข้าไปแอบถ่ายการการประมงของเขาให้จงได้ เขารวบรวมคนที่น่าสนใจ บวกกับอุปกรณ์ดีไซน์เก๋ๆ อย่างเช่น กล้องแอบถ่ายที่มองภายนอกนึกว่าก้อนหิน ราวกับนี่เป็นหนังแนวจารกรรมก็ไม่ปาน แถมหากถูกจับได้ บางทีอาจจะอันตรายถึงชีวิตกันเลยทีเดียว

 

          ในที่สุด พวกเขาก็แอบติดตั้งกล้องได้สำเร็จ แล้วภาพที่เห็นซึ่งเป็นไฮไลต์ของหนัง นั่นก็คือ ทะเลสีแดงที่เกิดจากการสังหารโลมาด้วยฉมวก ซึ่งขัดกับภาพที่ญี่ปุ่นประกาศว่าปัจจุบันนี้ เทคนิกการจัดการกับโลมาทำให้พวกเขาทรมานน้อยมาก

 

          ที่เป็นประเด็นนอกจอก็คือ หลังจากที่หนังเรื่องนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทางฝั่งญี่ปุ่น โดยเฉพาะพื้นที่เกิดเหตุอย่างไทจิ รีบออกมาต่อต้านบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมต่อพวกเขาเลย เพราะการจับโลมาในท้องถิ่นนี้ เขาจับกันมาเป็นประเพณีร่วม 400 ปีมาแล้ว แถมในแต่ละปี ท้องที่นี้ยังจับโลมาไม่ถึงครึ่งของโควต้าที่ทางการเขาให้จับ

 

          แถมหากย้อนไปดูในประวัติศาสตร์ คนที่นี่ไม่นิยมทานเนื้อวาฬหรือเนื้อโลมา สัตว์ที่เป็นญาติกันนี้สักเท่าไหร่นัก แต่ในช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 นายพลดักลาส แมคอาร์เธ่อร์ ซึ่งเข้ามาดูแลญี่ปุ่น เห็นว่า เนื้อวาฬเป็นแหล่งโปรตีนที่ถูกที่สุดที่สามารถนำมาเลี้ยงประชากรญี่ปุ่นโดยเฉพาะเด็กนักเรียนได้เป็นอย่างดี จึงสนับสนุนให้ทานตั้งแต่นั้นมา แต่จากสถิติ คนญี่ปุ่นก็ยังทานเนื้อวาฬไม่มากอยู่ดี เพราะในปีหนึ่งๆคนญี่ปุ่นจะทานเนื้อวาฬไม่เกิน 4 ชิ้นต่อปี(ข้อมูลจาก www.time.com)

 

          ฟังความสองข้างแล้ว ทำให้มองเห็นว่า "ความจริง" สองทางที่ปะทะกันอยู่ระหว่าง สิทธิสัตว์(Animal Right) กับ สิทธิชาติ(National Rigth) คงจะเป็นเรื่องดีเบตในเวทีการเมืองและวัฒนธรรมระหว่างประเทศอีกยาวทีเดียว

 

edit @ 21 Apr 2010 17:47:28 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

ชอบปลาโลมาอยู่แล้ว เห็นสารคดีแล้วอดร้องไห้ไม่ได้ สงสารโลมา

#3 By เกตุ (118.172.18.199) on 2010-09-16 10:32

อยากดูเรื่องนี้surprised smile สงสารปลานะHot!

#2 By taksthaitoon on 2010-04-21 23:01

เคยเห็นในสารคดีเหมือนกัน

สงสารมากๆเลย

ขอแอดนะค่ะ

#1 By gj2gether on 2010-04-21 17:49