เสียงจากหัวใจ (Little DJ)

หลายหัวใจในครอบครัว

 

          นิตยสารจีเอ็มฉบับครบรอบ 24 ปี ในเดือนเมษายน ได้พูดถึง "ความเชื่อ" ของคนเก่งคนดังหลายคน มีความน่าสนใจคนละแง่มุมแตกต่างกันไป แต่ "ความเชื่อ" หนึ่งในนั้นที่ผมสนใจก็คือ ความเห็นของ แซม-สมัชชา พรหมศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเขาได้พูดความเชื่อเรื่องครอบครัวไว้อย่างน่าสนใจ

 

          "...สำหรับผม ครอบครัวยังเป็นผนังให้เราเอาหลังมาเอนพิงเสมอ เราอาจต้องต่อสู้เหนื่อยล้ากับโลกภายนอก สิ่งสำคัญก็คือเมื่อกลับมาอยู่ในครอบครัว เราไม่ควรต้องต่อสู้เหน็ดเหนื่อยแบบเดียวกับเมื่ออยู่โลกภายนอกอีก..."

 

          ในแง่นี้ สถาบันครอบครัวจึงเปรียบเสมือนโครงสร้างย่อยภายในสังคมที่คอยค้ำจุนใครหลายคนให้เดินหน้าต่อไปบนโลกใบนี้

 

          ในโลกที่มีแนวคิดชนชั้นกลางที่เราปฏิเสธไม่ได้ ประเด็นเรื่องการมีครอบครัวที่อบอุ่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

          พอพูดถึงประเด็นนี้แล้ว ชวนให้หนังญี่ปุ่นในดวงใจของหลาย ๆ คน อย่างเช่น Be with You, Always, Tokyo Tower, Tokyo Sonata, Still Walking, Totoro, Ponyo, The Departure และอีกมากมาย สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดร่วมที่แฝงอยู่ในสาระของหนังก็คือ การพูดถึงสถาบันครอบครัวที่ถูกสร้างให้ปัจเจกชนแต่ละคนได้อิงอาศัย

 

          บทของหนังเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากการ์ตูนมังงะ หรือวรรณกรรมของญี่ปุ่น ที่รู้สึกว่าหลายเรื่องจะให้คุณค่าต่อเรื่องราวของครอบครัวเป็นพิเศษ

 

          หนึ่งในนั้นคือวรรณกรรมที่แสนอบอุ่นที่เคยสร้างเป็นหนังมาแล้ว อย่าง เสียงจากหัวใจ (Little DJ) งานเขียนของทาดาชิ โอนิสึกะ สิริพร คดคชากร แปล (สนพ.เจบุ๊ค)

 

          นิยายเล่มนี้เริ่มต้นในปี 1977 เล่าถึงเรื่องราวของทาคาโนะ ทาโร เด็กชายวัย 10 ขวบที่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง จากการเป็นนักเรียนในชั้นประถมห้าที่กำลังสนุกกับการเล่นเบสบอล มาเข้าโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่ถูกหมอวินิจฉัยว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 9 เดือน

 

          เขาจึงถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยที่แห่งนั้นมีคุณแม่และคุณน้าที่เป็นพยาบาลมาคอยดูแล โดยมีคุณพ่อพนักงานเงินเดือนผู้เข้มงวดกับลูกมาคอยเยี่ยมเยียนเป็นระยะ...

 

          ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก รีบทำในสิ่งที่ตนรักเถิด...

 

          จากการได้พบหมอแก่ผู้ชื่นชอบเปิดเพลงคลาสสิกในตอนพักเที่ยงของโรงพยาบาล ทำให้ทาโรเองได้ทำในสิ่งที่ตนเองฝัน นั่นคือการเป็นดีเจ

 

          นับตั้งแต่นั้นมา ในยามพักเที่ยงของโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงถูกทำให้มีชีวิตชีวาเพราะเสียงดำเนินรายการของดีเจน้อย ที่คอยขับกล่อมคนในโรงพยาบาลให้มีความสุข

 

          หลังจากนั้น เด็กน้อยผู้นี้ค่อย ๆ เพิ่มความสนุกเข้าไปในการจัดรายการ เริ่มแรกเขาขอร้องให้หมอแก่ซื้อแผ่นเสียงตามที่ผู้ฟังในโรงพยาบาลร้องขอ หลังจากนั้นก็มีช่วงการจัดรายการแล้วนำคนในโรงพยาบาลมาพูดคุยออกรายการ

 

          ความฝันของเด็กน้อยถูกฉายในหนังสือเล่มนี้ไปพร้อมกันกับเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่จากเดิมคุณพ่อบ้างานกลับมาสนใจครอบครัวมากขึ้น ทาโรเปิดใจยอมรับคุณพ่อของตนเอง รวมไปถึงหลายคนที่แวดล้อมทาโรในโรงพยาบาลเริ่มเข้าใจหัวใจของคนอื่นมากยิ่งขึ้น เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางการลาจากของคนในโรงพยาบาล ทั้งการหายป่วยและการสิ้นลมหายใจ แต่ละครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี้มีผลกระทบต่อเด็กน้อยทาโรไม่น้อยเลยทีเดียว

 

          โดยเฉพาะเรื่องราวของทามากิ สาวสวยวัยเดียวกันกับทาโร ที่เด็กชายแอบหลงใหลอยู่ แต่ไม่กล้าพูดคำว่าชอบเธอ แม้ว่าจะมีโอกาสดีสักเท่าไหร่

 

          จนสุดท้าย ทาโรจึงคิดได้ว่า "ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก รีบทำในสิ่งที่ตนรักเถิด" เขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่หัวใจอยากทำ จนทำให้หลายคนแอบน้ำตาซึมในขณะอ่านหนังสือถึงช่วงนี้

 

          แม้ว่าพลอตของนิยายอาจจะดูซ้ำซาก หรือ Cliche' สำหรับใครหลายคน แต่หากมาคิดว่าการผลิตซ้ำในพลอตเรื่องเหล่านี้ ทำให้เรามองครอบครัว มองโลก ด้วยสายตาที่อบอุ่นขึ้น

 

          กลับมาอ่านอีกสักรอบ คงจะไม่เสียหายนะครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

#5 By (94.242.214.7) on 2011-12-01 08:08

#4 By (94.242.214.7) on 2011-12-01 08:06

#3 By (94.242.214.7) on 2011-12-01 08:06

If you are willing to buy a house, you would have to receive the <a href="http://goodfinance-blog.com">loans</a>. Moreover, my mother all the time uses a sba loan, which is really reliable.

#2 By MeganAtkins (94.242.214.7) on 2011-12-01 08:05

สิ่งดี ๆ ที่ซ้ำซาก สะท้อนว่าเราต้องตอกย้ำกันเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ลืมเลือนไป ท่ามกลางกระแสความเย็นชาที่ยิ่้งใหญ่