มาซาชิ คาวามูระ...มิวสิกวิดีโอ 0 เยน

 

          เรื่องเงิน เรื่องเล็ก แตเรื่องใหญ่คือ ไม่มีเงิน”(ฮา)

 

          ในโลกความเป็นจริง ยังไงก็ต้องยอมรับอย่างหัวชนฝาว่า เรื่อง เงินเป็นเรื่องใหญ่ เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาสิ่งที่มนุษย์ยอมรับร่วมกันเพื่อใช้แลก เปลี่ยนสินค้าและบริการ (ใช้ศัพท์เศรษฐศาสตร์แบบตามมีตามเกิดแล้วดูเท่ขึ้นมานิดหนึ่ง)

 

          ไม่เว้นแม้แต่วงการสื่อ สร้างสรรค์ อย่าง พวกหนังหรือมิวสิค วิดีโอ ยกตัวอย่างใหญ่ๆให้ตำตากันไปข้างก็อย่างเช่น หนังฟอร์มอภิมหึมาอย่าง Avatar ก่อนที่ชาว ดาวนาวีจะโกยเงินทุบสถิติบ๊อกซ์ ออฟฟิศไป 2,684 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หนังเรื่องนี้ลงทุนไปกับโปรดักชั่นถึง 300 ล้านเหรียญ ยังไม่นับรวมค่าการตลาดอีกนะเนี่ยว่าสูงเท่าไหร่

 

          ใกล้ตัวขึ้นมาหน่อย ก็ อย่างนโยบายครีเอทีฟ อีโคโนมี ของรัฐบาล ที่วันนี้ตาสว่างทางวัฒนธรรมเสียที เพราะเขาส่งเงินมาลอตแรกเพื่อสนับสนุนวงการหนังไทยเพื่อสานฝันคนทำหนังถึง 200 ล้านบาททีเดียว

 

          นี่คือตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เห็น ว่า เรื่องเงิน เป็นเรื่องสำคัญ

 

          แต่หากไม่มีเงิน แล้วอยากทำงานสร้างสรรค์ จะทำได้ไหม?

 

          หากหันไปถาม มาซาชิ คาวามูระ หนุ่มจากแดนอาทิตย์อุทัยผู้นี้ เขาคงตอบว่า ได้ครับอย่างแน่นอน

 

          เพราะเขากำกับมิวสิควิดีโอ ให้กับวงดนตรี Sour ถึง 3 เพลงด้วยกัน แล้วงานทั้ง 3 ชิ้นกลายเป็นงานที่คนพูดถึงกันอย่างมากมายในโลกไซเบอร์

 

          โดยที่เขามีงบในการทำงาน สร้างสรรค์นี้เพียง 0 เยนเท่านั้น!

 

          ก่อนที่จะไปยลงานของเขา มารู้จักเขากันหน่อยดีกว่า...

 

          มาซาชิ คาวามูระ คนรุ่นใหม่ที่เป็นชาวโตเกียวโดยกำเนิด แต่ไปใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กที่ซานฟรานซิสโกผู้นี้ เขาเรียนจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเคโอะ ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันเขาเป็น Senior Art Director ของ บริษัทโฆษณา BBH สาขานิวยอร์กที่ได้ทำงานโฆษณาให้กับแบรนด์ ชั้นนำมากมาย อย่าง Levi’s, Nissan, Axe, Mentos, Play Station หรือ HTC

 

          นอก จากการทำงานโฆษณาแล้ว บุคคลสมองมันๆผู้นี้ยังสร้างงานสร้างสรรค์อีกมากมาย อย่างเช่น การออกแบบหนังสือที่แค่พลิกก็สามารถสร้างสายรุ้ง สามมิติ  ปกซีดีที่สามารถพับเป็นจรวด รถถังบังคับวิทยุสำหรับยิง ขยะลงถัง และอีกมากมายที่หากสนใจลองคลิกไปดูที่ www.masa-ka.com

    

          ส่วนมิวสิควิดีโอ 0 เยนในตำนานนั้น มาซาชิเล่าให้ฟังว่า ในขณะที่ผมทำงานในบริษัทโฆษณา ระหว่างนั้น เพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งเขาผมเขาเล่นดนตรีในวง Sour แล้ว ชวนผมไปทำมิวสิควิดีโอให้กับเขาในเพลง Hangetsu ผมเห็นว่าน่าสนใจดี จนรับปากที่จะทำให้

 

          แต่สิ่งที่ท้าทายสำหรับมา ซาชิก็คือ งบการทำมิวสิกวิดีโอเท่ากับ 0 เยน!

 

          ทางวงดนตรีไม่มีงบทำมิวสิค วิดีโอเลย ผมเลยใช้เงาที่เกิดจากมือในการเล่าเรื่องในการเล่าเรื่องให้คล้องกับชื่อ เพลง Hangetsu ที่มีความหมายว่า พระจันทร์ครึ่ง ดวงผลที่ออกมาก็คือ คนดูดูมิวสิควิดีโอนี้โดยไม่รู้ว่าเราทำมิวสิควิดีโอโดยไม่ได้ใช้เงินเลย

 

          ขนาดไม่ได้ใช้เงิน แต่ผลที่ออกมาดีเกินคาด เพราะหลังจากที่เข้าไปโพสเอ็มวีในยูทูบแล้ว ปรากฏว่า มีคนสนใจมากมาย จนกลายเป็น 1 ใน 10 เอ็มวีในยูทูบยอดฮิตในช่วงนั้นเลยทีเดียว

 

          ผ่านมิวสิควิดีโอตัวแรกมา แล้ว มาถึงมิวสิควิดีโอตัวที่สอง "OMOKAGE NO SAKI"(BEYOND YOUR MEMORY) ที่มาพร้อมกับเงื่อนไขเดิมก็คือ ไม่มีงบทำมิวสิควิดีโอให้

   

          มาซาชิได้ทำงานนี้ในขณะที่เขาไปทำ งานที่กรุงอัมสเตอร์ดัมที่เนเธอแลนด์ ซึ่งเขาสนใจเสน่ห์ของผู้คนที่นี่เป็นอย่างมาก

 

          ผู้คนที่นี่น่าสนใจมาก ครับ ผมจึงถ่ายภาพกิจวัตรประจำวันของผู้คนที่เมืองนี้ แล้วนำสายไฟมาใช้ประกอบวิดีโอ

 

          ผลออกมาก็คือ วง Sour ได้มิวสิควิดีโอ สวยๆที่ใช้สายไฟที่ลากไปลากมาเหมือนกับสายหูฟังเอ็มพีสามที่แสนจะคูล

 

           แต่มิวสิคที่ทำให้มาซาชิ ได้รับรางวัล รางวัลชนะเลิศ Japan Media Arts Festival และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ก็คือ งานเอ็มวีที่มีชื่อว่า HIBI NO NEIRO (TONE OF EVERYDAY)

   

          งานนี้เขาทำที่นิวยอร์ค แต่ใช้พลังจากการเชื่อมโลกออนไลน์ด้วยการถ่ายคลิปวิดีของแฟนคลับทั่วโลกด้วย เว็บแคมแล้วนำมาตัดต่อได้อย่างลงตัว โดยที่ ทั้งนักร้อง แฟนคลับผู้แสดง และทีมงาน ไม่เคยเจอหน้ากันสักครั้ง แต่พอได้ดูแล้ว ต้องบอกว่า ร้ายจริงๆทั้งที่ไม่มีงบเลย แต่เอ็มวีชิ้นนี้มีคนดูในยูทูบถึง 2.6 ล้านคนทีเดียว จนในที่สุด งานชิ้นนี้ได้มีโอกาสกระจายผ่านวงกว้างในช่องเอ็มทีวี จน Sour เป็น ที่รู้จักทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก

 

          มาซาชิ สรุปความคิดในการทำเอ็มวีไว้อย่างน่าฟังว่า งานของผมเน้นความคิด เรียบง่าย ดิบ มีความเป็นจริง แต่ละฉากไม่เพอร์เฟ็คเสมอไป แต่ก็มีความสวยงามในแบบของมัน นี่คือไอเดียจากเงิน 0 บาทที่คนชอบและรับรู้จากพลังของยูทูบ

 

          นี่คือสิ่งที่ผมตะหนักเลย ว่า ไม่มีเงินก็จริง แต่เรามีหนทางที่จะแก้ปัญหาข้อจำกัดต่างๆได้ แล้วในขณะเดียวกันก็หาจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งสามารถหาแนวคิดที่น่าสนใจให้เกิดขึ้นมาได้

 

          เพราะฉะนั้น หากไม่มีเงินทำงานสร้างสรรค์ก็อย่าเพิ่งน้อยใจ เพราะหากคิดให้ดี การที่เราทำงานในภาวะที่มีข้อจำกัดมากๆ อาจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทำให้เรามีสามารถคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่เจ๋งกว่าก็ ได้ ว่าไหม?

(อยากดูเอ็มวีไหน ก็กดเข้ายูทูบแล้วพิมพ์ชื่อเพลงได้เลย นอกจากตัวเอ็มวีจะล้ำแล้ว ผมว่าเพลงก็เพราะดี) 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เพิ่งรู้ว่าเขาทำโดยไม่ได้ใช้เงินเลยนะเนี่ย เจ๋งจริงๆเลยค่ะ ความคิดพลังสร้างสรรค์ นี่มันมีค่ายิ่งกว่าเงินอีกเนอะ

สุดยอดค่ะ

#2 By gallantfoal on 2010-05-29 16:29

โอ้ววววววว ขั้นเทพ ของแท้เลยนิ

#1 By วิหคสีคราม on 2010-05-28 17:47