โอโตยัง หนุ่มข้าวปั้นพันธุ์นักสู้...อร่อยจากหนังสือจนถึงในครัว

           หากมองในแวดวงการ์ตูนมังงะที่สามารถขึ้นขายบนแผงในบ้านเราอย่างถูกกฏหมายแล้ว นอกจากมังงะแนวต่อสู้และผจญภัยสำหรับผู้ชายเป็นการ์ตูนกระแสหลักที่ขึ้นแผงมากมายเหมือนข้าวหุงที่ขึ้นหม้อแล้ว

          มังงะแนวแข่งขันทำอาหารก็ถือว่าเป็นแนวการ์ตูนที่แม้ว่าจะไม่ฮิตฮอตระดับการ์ตูนกระแสหลัก แต่ก็ถือว่าเป็นแนวมังงะที่มีงานน่าสนใจออกมาเรื่อยๆจนเรียกได้ว่า ทุกสัปดาห์จะต้องมีมังงะแนวนี้ออกมาให้เชยชมอย่างน้อยสักเล่มล่ะ

          ไม่น่าแปลก เพราะอาหารญี่ปุ่น ถือว่าเป็นหนึ่งในห้าอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก นอกจากอาหารฝรั่งเศส อิตาเลียน จีน และไทย

          ซาซิมิ ซูชิ เท็มปุระ และอาหารญี่ปุ่นอีกมากมายที่เพียงได้ยินแค่ชื่อก็อดที่จะน้ำลายไหลตามไม่ได้...

          มังงะแนวอาหารที่นำมาแนะนำคราวนี้มีชื่อว่า "โอโตยัง หนุ่มข้าวปั้นพันธุ์นักสู้" ผลงานของฮิโรฟูมิ นากามูระ(สนพ.เซนชู)

          เห็นลายเส้นตรงหน้าปกมังงะเล่มนี้แล้ว บอกตามตรงว่า ไม่ใช่ลายเส้นที่เป็นแนวที่ผมชอบเลย แต่เหตุผลที่หยิบการ์ตูนฉบับนี้เพราะว่าสายคาดตรงหน้าปกที่บอกว่า "อิ่มอร่อยจุใจยิ่งขึ้นเพียงนำสายคาดไปที่โออิชิ ซูชิบาร์ ทุกๆ 3 ชิ้น รับชิ้นที่ 4 ฟรี"

          เพิ่งเคยเห็นการทำ Tie-in ระหว่างร้านอาหารกับหนังสือการ์ตูนนี่ล่ะ จึงหยิบมาอ่านดู (แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ใช้สายคาดนี้ในการซื้อซูชิเสียที ฮา)

 

           เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่นายฮานาดะ ยอดนักทำซูชิประจำโอซาก้า ต้องสูญเสียคู่หมั้นไป แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งปีชายหนุ่มก็ไม่อาจที่จะสลัดความเสียใจนี้ลงได้ จนต้องเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองโอซาก้าไปอยู่เมืองกรุง ที่ร้านอากาเนะ ซูชิ ที่โตเกียวแทน โดยที่ร้านแห่งนี้มีคุณโทคุจิ เป็นเจ้าของร้าน นอกจากนี้สมาชิกในร้านยังมีลูกสาว และลูกมืออีก 2 คน

          การที่นายโอโตเข้ามาทำงานที่ร้านแห่งนี้ ด้วยความที่เขามีนิสัยแบบ "ใจนักเลง" แบบเพลงของพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง จึงทำให้มีเรื่องราวสนุกๆผสมความวุ่นวายเข้ามาในร้านเสมอ แต่ก็ไม่ได้เว่อร์จนหลุดโลก เพราะในแต่ละตอน เขาเน้นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับชาวบ้านธรรมดาที่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง หรือครอบครัวที่ต้องทบทวนความสัมพันธ์กัน แล้วพระเอกของเราก็เข้าไปช่วยเหลือด้วยฝีมือการปั้นซูชิของตนเอง ทำให้เรื่องราวสนุกสนานจนวางไม่ลง แม้ว่าลายเส้นจะเป็นลายเส้นยอดนิยมเมื่อ 20 ปีก่อนก็ตาม(โอโตยังฯ ตีพิมพ์ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2533 ครับ นานจนน่าแปลกใจว่าทำไมเพิ่งมีการพิมพ์แบบมีลิขสิทธิ์ในวันนี้) สมัยนี้ลายเส้นแนวนี้ไม่ใช่ลายเส้นกระแสหลักแล้ว

          นอกจากความสนุกสนานของการเล่าเรื่องแล้ว สารที่แฝงอยู่ในมังงะเกี่ยวกับอาหารเรื่องนี้คือ "ความสมจริง"

          "ความสมจริง" ที่ว่า ขออธิบายสักหน่อยครับว่า มังงะแนวทำอาหารหากแบ่งกว้างๆในแบบของผมเองจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน

          กลุ่มแรกก็คือ กลุ่มที่ทำอาหารแบบแฟนซี กลุ่มนี้จะไม่เน้นความสมจริงของการทำอาหาร แต่จะเน้นความสนุกสนานในการจินตนาการเรื่องอาหารแทน พออ่านทีไร ต้องมาตั้งคำถามตลอดว่า เอ... ในชีวิตจริงอาหารจานที่ตัวละครในเรื่องทำจะกินได้ไหมหนอ?

          ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือ เป็นกลุ่มมังงะที่ทำอาหารแบบสมจริง ซึ่งเนื้อหาแม้ว่าจะแฟนซีไม่เท่ากับกลุ่มแรก แต่หากสนใจเรื่องอาหาร ข้อมูลในการ์ตูนมีประโยชน์ในครัวบ้านเราแน่นอน

          โดยเฉพาะในมังงะเรื่อง โอโตยังฯ ที่ยิ่งอ่านไปแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าได้รับความรู้เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นมากมาย ไล่มาตั้งแต่การเลือกปลา การใช้ตะเกียบ มารยาทบนโต๊ะอาหาร ประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่น รวมไปถึงเคล็ดลับการทำอาหารญี่ปุ่นที่เขาแนะนำให้เขาใจอย่างง่ายๆ เช่น ซูชิแพนด้า ทำไข่หวาน เป็นต้น

 

           ติดตามโอโตยังฯ มาจนถึงเล่ม 5 แล้ว มาถึงวันนี้ต้องสอนตัวเองใหม่ว่า อย่าเพิ่งมีอคติกับลายเส้น ถ้าหากว่าเนื้อเรื่องยังเจ๋งอยู่ ไม่มีปัญหาที่ตามอ่าน

 

          อ่านเสร็จ ยังสามารถนำความรู้ไปใช้ในครัวได้อีกแน่ะ...

 

edit @ 31 May 2010 12:57:53 by ณัฐกร เวียงอินทร์

Comment

Comment:

Tweet

จะเอาชื่อเรื่องไปตั้งเป็นชื่อร้านได้ไหมเนี่ย

#4 By (1.47.37.245|1.47.37.245) on 2015-01-19 13:07

#3 By (1.47.37.245|1.47.37.245) on 2015-01-19 13:05

อ่านไปหิวไป แอนชอบลายเส้นแบบนี้มากค่ัะ อีกอย่างที่ชอบคือ เค้าสอดแทรกธรรมเนียมประเพณีไว้ด้วย

#2 By แอน (61.90.10.13) on 2011-12-24 15:40

อ่านเสร็จ ยังสามารถนำความรู้ไปใช้ในครัวได้อีกแน่ะ...

#1 By (124.157.148.91) on 2010-09-19 18:43